⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3496/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของบุคคลอื่น มิได้ต่อสู้ว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทนั้น ถือว่าจำเลยมิได้ต่อสู้ด้วยข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแปลงนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของโจทก์ จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินแปลงที่ 2 และที่ 3 ส่วนแปลงที่ 1 จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของบุคคลอื่นมิได้ต่อสู้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 ซึ่งมีราคา 7,000 บาท และพอถือได้ว่า ขณะยื่นฟ้องที่ดินดังกล่าวอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 5,000 บาทด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังว่าที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 กับแปลงที่ 2, ที่ 3 ไม่ใช่ของโจทก์ คดีเกี่ยวกับที่ดินพิพาทแปลงที่ 1 นี้ ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลง เป็นของโจทก์โดยได้รับมรดกมาจากบิดามารดา ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ ๑ เป็นของนางหนูขินบุตรจำเลยส่วนแปลงที่ ๒, และที่ ๓ เป็นของจำเลยได้มาจากการยกให้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมขาดอายุความ ในชั้นแรกศาลชั้นต้น สืบพยานเฉพาะตัวโจทก์คนเดียวก็สั่งงดสืบพยานอื่น แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ มีการอุทธรณ์และฎีกาต่อมาจนศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นสืบพยานและพิจารณาใหม่แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและไม่ขาดอายุความ แต่ที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์โดยนายเจริญ อนันต์ ทายาทของโจทก์ผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ ๑ เป็นของนางหนูขินบุตรจำเลย แปลงที่ ๒ ที่ ๓ เป็นของจำเลย แสดงว่าจำเลยได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินพิพาทแปลงที่ ๒ ที่ ๓ เท่านั้น มิได้ต่อสู้คดีแบ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแปลงที่ ๑ ซึ่งมีราคา ๗,๐๐๐ บาทและพอถือได้ว่า ขณะยื่นฟ้องที่ดินดังกล่าวอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ ๑ กับแปลงที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ใช่ของโจทก์โจทก์จะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ ๑ เป็นของโจทก์อีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทแปลงที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ใช่ของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2529 นางเข็ม อนันต์ โจทก์ นางเคล้า แก้วประดับ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเข็ม อนันต์ · จำเลย - นางเคล้า แก้วประดับ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายไพจิตร ประทีป ณ ถลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 891/2538ฎีกา 448/2493ฎีกา 3552/2539ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 142/2492ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 2563/2543ฎีกา 8903/2553ฎีกา 824/2519ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 621/2519ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา