⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 364/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2529

ป.อาญา ม.326, 328 · ป.วิ.อาญา ม.172, 185, 216 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริง ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ไม่ได้หากเป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวในฟ้องและที่จำเลยให้การรับแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของจำเลยที่ว่า ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลล่างทั้งสองหยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยขึ้นมาพิจารณาแต่เพียงบางส่วน จึงเห็นว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม ถ้าพิจารณาให้ครบถ้วนแล้ว จะเห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด การวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 นั้น เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้น เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องและที่จำเลยให้การรับซึ่งฟังเป็นยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยลงโฆษณานั้นเป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแล้ว จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิที่จะนำข้อความหมิ่นประมาทนั้นไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่เพราะจำเลยไม่มีสิทธิที่จะกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายได้ ที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่า จำเลยมีสิทธิลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่ไม่ได้ทำให้การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ โดยให้การใหม่ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้ส่งข้อความตามที่ฟ้องไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รวมประชาชาติธุรกิจและหนังสือพิมพ์ภาษาจีนชื่อซิงจงเอี๋ยน จริงตามฟ้อง แต่จำเลยไม่ต้องรับโทษเพราะมีสิทธิตามกฎหมายที่จะกล่าวหรือส่งข้อความตามฟ้องไปลง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ส่งข้อความตามฟ้องไปลงหนังสือพิมพ์จริง ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังยุติ ว่าจำเลยเป็นผู้กล่าวข้อความและนำข้อความนั้นไปลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ตามฟ้องปัญหาคงมีเพียงว่า จำเลยมีสิทธิที่จะกระทำเช่นนั้นหรือไม่ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ คงให้จำเลยนำสืบตามข้อกล่าวอ้าง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อความที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์รวมประชาติธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทส่วนที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ภาษาจีน ไม่เป็นการหมิ่นประมาท พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ให้จำคุก ๑ เดือน๑๕ วัน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท ลดโทษหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายจึงสั่งรับฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลล่างทั้งสองหยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยขึ้นมาพิจารณาแต่เพียงบางส่วน จึงเห็นว่าจำเลยกระทำผิด ถ้าพิจารณาให้ครบถ้วนแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด การวินิจฉัยคดีของศาลล่างทั้งสองดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ เห็นว่า ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริงจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้นเป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องและที่จำเลยให้การรับซึ่งฟังเป็นยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยได้อุทธรณ์ว่า จำเลยมีสิทธิลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๐ (๒) ซึ่งต้องนำมาใช้ในคดีอาญา คือต้องพิจารณาตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดและที่จำเลยอุทธรณ์นั้น เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยลงโฆษณานั้น เป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแล้ว จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิที่จะนำข้อความหมิ่นประมาทนั้นไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่เพราะจำเลยไม่มีสิทธิที่จะกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายได้ จึงไม่ได้ทำให้การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2529 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นางสาวประกายแก้ว มหาศรานุกูล โจทก์ร่วม นายอดุลย์ โรจน์วิถี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี · โจทก์ร่วม - นางสาวประกายแก้ว มหาศรานุกูล · จำเลย - นายอดุลย์ โรจน์วิถี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลพบุรี - นายเสรี ชุณหถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 2135/2518ฎีกา 917/2564ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1765/2492ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 848/2534ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1616/2522ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481ฎีกา 4903/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา