⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 364/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริง ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ไม่ได้หากเป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวในฟ้องและที่จำเลยให้การรับแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของจำเลยที่ว่า ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลล่างทั้งสองหยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยขึ้นมาพิจารณาแต่เพียงบางส่วน จึงเห็นว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ร่วม ถ้าพิจารณาให้ครบถ้วนแล้ว จะเห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด การวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 นั้น เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้น เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องและที่จำเลยให้การรับซึ่งฟังเป็นยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยลงโฆษณานั้นเป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแล้ว จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิที่จะนำข้อความหมิ่นประมาทนั้นไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่เพราะจำเลยไม่มีสิทธิที่จะกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายได้ ที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่า จำเลยมีสิทธิลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่ไม่ได้ทำให้การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธ โดยให้การใหม่ว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้ส่งข้อความตามที่ฟ้องไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รวมประชาชาติธุรกิจและหนังสือพิมพ์ภาษาจีนชื่อซิงจงเอี๋ยน จริงตามฟ้อง แต่จำเลยไม่ต้องรับโทษเพราะมีสิทธิตามกฎหมายที่จะกล่าวหรือส่งข้อความตามฟ้องไปลง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อจำเลยยอมรับว่าได้ส่งข้อความตามฟ้องไปลงหนังสือพิมพ์จริง ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังยุติ ว่าจำเลยเป็นผู้กล่าวข้อความและนำข้อความนั้นไปลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ตามฟ้องปัญหาคงมีเพียงว่า จำเลยมีสิทธิที่จะกระทำเช่นนั้นหรือไม่ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ คงให้จำเลยนำสืบตามข้อกล่าวอ้าง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ข้อความที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์รวมประชาติธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทส่วนที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ภาษาจีน ไม่เป็นการหมิ่นประมาท พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘ ให้จำคุก ๑ เดือน๑๕ วัน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท ลดโทษหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายจึงสั่งรับฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ในการวินิจฉัยคดีนั้น ศาลล่างทั้งสองหยิบยกพยานหลักฐานของจำเลยขึ้นมาพิจารณาแต่เพียงบางส่วน จึงเห็นว่าจำเลยกระทำผิด ถ้าพิจารณาให้ครบถ้วนแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด การวินิจฉัยคดีของศาลล่างทั้งสองดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ เห็นว่า ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลโดยการโต้เถียงข้อเท็จจริงจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้นเป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องและที่จำเลยให้การรับซึ่งฟังเป็นยุติแล้ว ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยในประเด็นที่จำเลยได้อุทธรณ์ว่า จำเลยมีสิทธิลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๐ (๒) ซึ่งต้องนำมาใช้ในคดีอาญา คือต้องพิจารณาตามประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนดและที่จำเลยอุทธรณ์นั้น เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยลงโฆษณานั้น เป็นข้อความที่หมิ่นประมาทโจทก์ร่วมแล้ว จึงไม่มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิที่จะนำข้อความหมิ่นประมาทนั้นไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือไม่เพราะจำเลยไม่มีสิทธิที่จะกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายได้ จึงไม่ได้ทำให้การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2529 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นางสาวประกายแก้ว มหาศรานุกูล โจทก์ร่วม นายอดุลย์ โรจน์วิถี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี · โจทก์ร่วม - นางสาวประกายแก้ว มหาศรานุกูล · จำเลย - นายอดุลย์ โรจน์วิถี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลพบุรี - นายเสรี ชุณหถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 2135/2518ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1765/2492ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 848/2534ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1616/2522ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481ฎีกา 582/2510ฎีกา 47/2538ฎีกา 1632/2536ฎีกา 293/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา