⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3749/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3749/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่โต้แย้งสิทธิของบุคคล ทำให้บุคคลนั้นมีอำนาจฟ้อง การเกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาผู้มีสัญชาติไทยและมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าว ทำให้บุตรได้สัญชาติไทยตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยจำหน่ายชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้านและมีหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนคนญวนอพยพ โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทยเป็นเหตุให้นายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ไปทำทะเบียนประวัติคนญวนอพยพเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย บ.บิดาโจทก์เป็นคนมีสัญชาติไทย จดทะเบียนสมรสในประเทศไทยกับมารดาโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตและเกิดบุตรคือโจทก์ในราชอาณาจักรไทย ดังนี้โจทก์ย่อมได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2408 มาตรา 7 (1) (3) และมิใช่กรณีที่โจทก์เกิดจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมิใช่บุคคลที่จะต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 1 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญยืนหรือบุญเริ่ม บุตรนคร กับนางลาน เล หรือกาย เหงียนถิ จดทะเบียนสมรสกัน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม เกิดบุตรด้วยกันคือโจทก์ทั้งเจ็ด โจทก์ทั้งเจ็ดเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยตามบิดาจำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเจ็ดโดยมีหนังสือถึงนายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งว่าโจทก์ทั้งเจ็ดไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ และได้จำหน่ายชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดจากทะเบียนบ้านแล้วนายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ทราบและให้โจทก์ไปทำทะเบียนประวัติคนญวนอพยพ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเจ็ดเสียสัญชาติไทย ขอให้พิพากษาว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยแก้สัญชาติของโจทก์ทั้งเจ็ดในทะเบียนบ้านเป็นคนสัญชาติไทย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทยและไม่ได้สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายจำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนมีสัญชาติไทยให้จำเลยทั้งสองใส่ชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดลงในทะเบียนบ้านของโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทย และไม่ได้สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย จำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองจำหน่ายชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดจากทะเบียนบ้าน และมีหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนคนญวนอพยพ โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทยเป็นเหตุให้นายทะเบียนคนญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ทั้งเจ็ดไปทำทะเบียนประวัติคนญวนอพยพ เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งเจ็ดแล้ว โจทก์ทั้งเจ็ดจึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนประเด็นข้อต่อมาที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ทั้งเจ็ดถูกถอนสัญชาติไทยและไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ด้วยเหตุนางลาน เล มารดาโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนต่างด้าว และในขณะที่โจทก์ทั้งเจ็ดเกิด มารดาโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองนั้นเห็นว่า เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๐๖ นายบุญยืนซึ่งเป็นคนมีสัญชาติไทยและนางลาน เล มารดาโจทก์ทั้งเจ็ดจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนม แล้วเกิดบุตรด้วยกันคือโจทก์ทั้งเจ็ด และโจทก์ทั้งเจ็ดเกิดในราชอาณาจักรไทย โจทก์ทั้งเจ็ดจึงได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗(๑)(๓) และตามข้อความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๑(๓) บุคคลที่ต้องถูกถอนสัญชาติไทยได้แก่บุคคล ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งคือ บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจากบิดาเป็นคนต่างด้าว และบิดานั้นเป็นคนต่างด้าวผู้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง อีกประเทศหนึ่งคือ บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายและมารดานั้นเป็นคนต่างด้าวผู้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง สำหรับกรณีของโจทก์ทั้งเจ็ดแม้นางลาน เล มารดาโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ปรากฏว่านายบุญยืนและนางลาน เล ซึ่งเป็นบิดามารดาของโจทก์ทั้งเจ็ดจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองนครพนมก่อนแล้ว ต่อมาเกิดบุตรด้วยกันคือโจทก์ทั้งเจ็ด และโจทก์ทั้งเจ็ดเกิดในราชอาณาจักรไทย ในขณะที่โจทก์ทั้งเจ็ดเกิดจึงมีนายบุญยืนเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายหาใช่ว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเกิดจากมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ โจทก์ทั้งเจ็ดจึงมิใช่บุคคลที่ต้องถูกถอนสัญชาติไทยตามของคณะปฏิวัติดังกล่าว ดังนี้ การที่จำเลยทั้งสองจำหน่ายชื่อโจทก์ทั้งเจ็ดออกจากทะเบียนบ้านและมีหนังสือราชการแจ้งไปยังนายทะเบียนคนญวนอพยพจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3749/2529 นายบุญชัย บุตรนคร กับพวก โจทก์ เทศบาลเมืองสกลนคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชัย บุตรนคร กับพวก · จำเลย - เทศบาลเมืองสกลนคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพีรพันธุ์ โพธิ์ดา · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 4165/2529ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา