⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4185/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4185/2529

ป.อาญา ม.59, 291 · พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43, 46 · ป.วิ.อาญา ม.5

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนช่องเดินรถโดยมิได้ระมัดระวังรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยก่อน ถือเป็นความประมาท.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อในช่องเดินรถด้านซ้ายมีรถบรรทุกสิบล้อแล่นตามหลังหนึ่งคันและรถบรรทุกหกล้อที่จำเลยที่ 1 ขับตามมาอีกหนึ่งคัน การที่จำเลยที่ 2 ขับรถเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา อันเป็นระยะกระชั้นชิดกับช่วงที่จำเลยที่ 1 จะขับรถแซง โดยจำเลยที่ 2 มิได้ระมัดระวังดูรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยเสียก่อน แม้จำเลยที่ 2 จะให้สัญญาณไฟเลี้ยวหรือไม่ก็ตาม และการที่จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกหกล้อด้วยความเร็วสูงมากแซงรถบรรทุกสิบล้อคันหนึ่ง และจะแซงรถจำเลยที่ 2 ในคราวเดียวกัน โดยปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถของจำเลยที่ 2 ซึ่งเปลี่ยนช่องเดินรถออกมาทางขวา ดังนี้ เหตุชนกันจึงเกิดจากความประมาทของจำเลยทั้งสอง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งอย่างใด เมื่อผู้ร้องเป็นพี่ของผู้ตาย จึงไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2) ไม่มีอำนาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.46

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 → พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๔๖, ๑๕๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ นางวรรณายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แต่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งอย่างใด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ แต่เป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑จำคุก ๕ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่นางวรรณาร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมนั้น ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับนายวินิตผู้ตาย จึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๔๖, ๑๕๗ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๕ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกหกล้อไปตามทางหลวงหมายเลข ๓ จากอำเภอศรีราชาโฉบหน้าไปทางอำเภอเมืองชลบุรีตามหลังรถบรรทุกสิบล้อซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขับ รถที่จำเลยที่ ๑ ขัลได้เกิดเหุตเฉี่ยวชนถูกกระบะข้างด้านขวาตอนท้ายของรถจำเลยที่ ๒ ตรงบริเวณใกล้ทางเชื่อมที่เกิดเหตุแล้วรถจำเลยที่ ๑ เสียหลักแล่นไปชนรถยนต์เก๋งซึ่งนายวินิตขับแล่นมาตามถนนด้านที่รถแล่นสวน เป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งกระเด็นไปชนรถยนต์กระบะซึ่งนายวิลาศขับตามหลังมาตกคู่ข้างถนน นายวินิตกับนายสมชายถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ขับรถเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวาโดยมิได้ระมัดระวังดูรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยเสียก่อน การที่จำเลยที่ ๒ เปลี่ยนช่องเดินรถออกไปในระยะกระชั้นชิดกับช่วงที่จำเลยที่ ๑ จะขับรถแซงเช่นนี้ แม้จำเลยที่ ๒ จะให้สัญญาณไฟเลี้ยวหรือไม่ก็ตามก็ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยที่ ๒ จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และอาจใช้ความระมัดระวังได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ และการที่จำเลยที่ ๑ ขับตามหลังรถจำเลยที่ ๒ ก็ย่อมจะต้องระมัดระวังดูรถคันข้างหน้า หากจะขับแซงก็ต้องดูให้ดีเสียก่อนว่าสามารถแซงขึ้นไปได้โดยปลอดภัย แต่จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความเร็วสูงมาก และจะแซงรถจำเลยที่ ๒ ไปในคราวเดียวกับที่แซงรถบรรทุกสิบล้ออีกคันหนึ่ง รถจำเลยที่ ๑ จึงเฉี่ยวชนกับรถจำเลยที่ ๒ แสดงว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความประมาท ส่วนฎีกาของนางวรรณาผู้ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์นั้น ผู้ร้องเป็นพี่ของนายวินิตผู้ตาย ไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕(๒) บัญญัติไว้ ไม่มีอำนาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลอาญา มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4185/2529 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางวรรณา รักสกุลไทย โจทก์ร่วม นายทวีศักดิ์ คงเพชร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · โจทก์ร่วม - นางวรรณา รักสกุลไทย · จำเลย - นายทวีศักดิ์ คงเพชร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 618/2568ฎีกา 1250/2520ฎีกา 729/2483ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6505/2555ฎีกา 404/2497ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 276/2520ฎีกา 693/2526ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา