⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4185/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4185/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนช่องเดินรถโดยมิได้ระมัดระวังรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยก่อน ถือเป็นความประมาท.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสิบล้อในช่องเดินรถด้านซ้ายมีรถบรรทุกสิบล้อแล่นตามหลังหนึ่งคันและรถบรรทุกหกล้อที่จำเลยที่ 1 ขับตามมาอีกหนึ่งคัน การที่จำเลยที่ 2 ขับรถเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา อันเป็นระยะกระชั้นชิดกับช่วงที่จำเลยที่ 1 จะขับรถแซง โดยจำเลยที่ 2 มิได้ระมัดระวังดูรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยเสียก่อน แม้จำเลยที่ 2 จะให้สัญญาณไฟเลี้ยวหรือไม่ก็ตาม และการที่จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกหกล้อด้วยความเร็วสูงมากแซงรถบรรทุกสิบล้อคันหนึ่ง และจะแซงรถจำเลยที่ 2 ในคราวเดียวกัน โดยปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถของจำเลยที่ 2 ซึ่งเปลี่ยนช่องเดินรถออกมาทางขวา ดังนี้ เหตุชนกันจึงเกิดจากความประมาทของจำเลยทั้งสอง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งอย่างใด เมื่อผู้ร้องเป็นพี่ของผู้ตาย จึงไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2) ไม่มีอำนาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๔๖, ๑๕๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ นางวรรณายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แต่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งอย่างใด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ แต่เป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑จำคุก ๕ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่นางวรรณาร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมนั้น ปรากฏว่าผู้ร้องเป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับนายวินิตผู้ตาย จึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๔๖, ๑๕๗ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๕ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถบรรทุกหกล้อไปตามทางหลวงหมายเลข ๓ จากอำเภอศรีราชาโฉบหน้าไปทางอำเภอเมืองชลบุรีตามหลังรถบรรทุกสิบล้อซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขับ รถที่จำเลยที่ ๑ ขัลได้เกิดเหุตเฉี่ยวชนถูกกระบะข้างด้านขวาตอนท้ายของรถจำเลยที่ ๒ ตรงบริเวณใกล้ทางเชื่อมที่เกิดเหตุแล้วรถจำเลยที่ ๑ เสียหลักแล่นไปชนรถยนต์เก๋งซึ่งนายวินิตขับแล่นมาตามถนนด้านที่รถแล่นสวน เป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งกระเด็นไปชนรถยนต์กระบะซึ่งนายวิลาศขับตามหลังมาตกคู่ข้างถนน นายวินิตกับนายสมชายถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ขับรถเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวาโดยมิได้ระมัดระวังดูรถที่แล่นตามมาทางด้านขวาให้ปลอดภัยเสียก่อน การที่จำเลยที่ ๒ เปลี่ยนช่องเดินรถออกไปในระยะกระชั้นชิดกับช่วงที่จำเลยที่ ๑ จะขับรถแซงเช่นนี้ แม้จำเลยที่ ๒ จะให้สัญญาณไฟเลี้ยวหรือไม่ก็ตามก็ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ กระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยที่ ๒ จักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และอาจใช้ความระมัดระวังได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ และการที่จำเลยที่ ๑ ขับตามหลังรถจำเลยที่ ๒ ก็ย่อมจะต้องระมัดระวังดูรถคันข้างหน้า หากจะขับแซงก็ต้องดูให้ดีเสียก่อนว่าสามารถแซงขึ้นไปได้โดยปลอดภัย แต่จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความเร็วสูงมาก และจะแซงรถจำเลยที่ ๒ ไปในคราวเดียวกับที่แซงรถบรรทุกสิบล้ออีกคันหนึ่ง รถจำเลยที่ ๑ จึงเฉี่ยวชนกับรถจำเลยที่ ๒ แสดงว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความประมาท ส่วนฎีกาของนางวรรณาผู้ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์นั้น ผู้ร้องเป็นพี่ของนายวินิตผู้ตาย ไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕(๒) บัญญัติไว้ ไม่มีอำนาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ การกระทำของจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลอาญา มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4185/2529 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางวรรณา รักสกุลไทย โจทก์ร่วม นายทวีศักดิ์ คงเพชร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · โจทก์ร่วม - นางวรรณา รักสกุลไทย · จำเลย - นายทวีศักดิ์ คงเพชร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 618/2568ฎีกา 729/2483ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6505/2555ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 276/2520ฎีกา 693/2526ฎีกา 858-861/2554ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 2894/2523ฎีกา 3295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา