⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 68/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 293 แห่ง ป.วิ.พ. จะกระทำได้ต่อเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีอื่นซึ่งหากชนะคดีแล้วจะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้.

ย่อคำพิพากษา

การของดการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ.มาตรา293นั้นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นซึ่งถ้าชนะคดีแล้วจะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้การที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีอาญาว่าสมคบกับเจ้าพนักงานที่ดินทำพยานเอกสารเท็จและเป็นคดีแพ่งฐานละเมิดให้ใช้ค่าเสียหายนั้นแม้ชนะคดีก็ไม่อาจนำมาหักกลบลบหนี้กับคดีที่ขอบังคับคดีได้ เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลพิพากษาให้จำเลยกระทำการและงดเว้นกระทำการจึงมาของดการบังคับคดีตามมาตรา293ไม่ได้กรณีถือเป็นเรื่องที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอให้งดการบังคับคดีตามมาตรา292(2)ซึ่งเป็นอำนาจของศาลที่จะสั่งงดการบังคับคดีหรือไม่ก็ได้ และเมื่อศาลเห็นว่าคดีมีข้อเท็จจริงพอที่จะสั่งได้แล้วศาลก็ชอบที่จะสั่งไม่ให้งดการบังคับคดีไปได้เลยโดยไม่จำต้องทำการไต่สวนก่อนมาตรา21(4)แห่งป.วิ.พ.มิได้บังคับศาลว่าจะต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งทุกเรื่องทุกคดีไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้ที่พิพาทตกเป็นภารจำยอมของที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินของจำเลยตามส่วนดังกล่าวให้เป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องถอนเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่ที่ดินพิพาท จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีแพ่งเรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายและฟ้องเป็นคดีอาญาด้วย ขอให้ศาลรอการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีที่จำเลยได้ยื่นไว้มีผลเสียก่อน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ถึงที่สุดแล้วโจทก์ชอบที่จะบังคับคดีได้ ข้ออ้างของจำเลยตามคำร้องไม่มีเหตุที่ควรงดหรือรอการบังคับไว้ได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้งดหรือรอการบังคับคดีไว้ โดยไม่ทำการไต่สวนคำร้องเสียก่อนนั้นขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21(4) หรือไม่ มาตรา 21(4)บัญญัติว่า "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลต้องออกคำสั่งอนุญาตตามคำขอที่ได้เสนอต่อศาลนั้นโดยไม่ต้องทำการไต่สวนแล้วก็ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งตามคำขอนั้น" เห็นว่าบทบัญญัติที่ว่า ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งนั้น หมายความว่า ถ้าศาลเห็นสมควรไม่ทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งก็ได้เช่นกัน บทบัญญัติดังกล่าวจึงมิได้บังคับศาลให้จำต้องทำการไต่สวนก่อนมีคำสั่งทุกเรื่องทุกคดีไปแต่ให้อำนาจศาลทำการไต่สวนหรือไม่ทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรคดีในชั้นนี้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดแจ้งตามคำพิพากษาศาลฎีกาและตามคำร้องของจำเลยแล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้งดหรือรอการบังคับคดีตามคำร้องของจำเลย โดยไม่ไต่สวนก่อนจึงหาขัดต่อมาตรา 21(4) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการต่อไปว่า ควรให้งดหรือรอการบังคับคดีไว้หรือไม่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีอำนาจขอให้ศาลงดการบังคับคดีได้ตามมาตรา 293ศาลฎีกาเห็นว่ามาตราดังกล่าวเป็นบทบัญญัติให้อำนาจลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่น ขอให้ศาลงดการบังคับคดีที่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของตนโดยอ้างว่าถ้าตนชนะคดีแล้วสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ ส่วนคดีนี้จำเลยขอให้งดหรือรอการบังคับคดีที่ให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินของจำเลยตามส่วนให้เป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์และห้ามมิได้จำเลยเกี่ยวข้องถอนเสาไฟฟ้าที่ปักอยู่ในที่ดินพิพาทอันเป็นเรื่องขอให้งดการบังคับคดีทั่วไปซึ่งเป็นอำนาจของศาลที่จะมีคำสั่งงดการบังคับคดีหรือไม่ก็ได้ตามมาตรา 292(2) สำหรับเหตุที่ขอให้งดการบังคับคดี จำเลยฎีกาใจความว่าหากผลของคดีอาญาที่จำเลยเป็นโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยทั้งหมด (น่าจะหมายถึงโจทก์ทั้งสองในคดีนี้) กับเจ้าพนักงานที่ดินร่วมกันสมคบกระทำพยานเอกสารอันเป็นเท็จแล้ว จริงอยู่ผลของคำพิพากษาอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลฎีกาไปได้ แต่ก็อาจมีผลทำให้การขอพิจารณาใหม่ หรือมีผลทำให้ต้องเพิกถอนคำพิพากษา เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า ที่ดินบางส่วนของจำเลยตกเป็นภารจำยอมของที่ดินของโจทก์ให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินดังกล่าวให้เป็นภารจำยอมและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องถอนเสาไฟฟ้าในที่ดินพิพาทคำพิพากษานั้นย่อมผูกพันจำเลย แม้จำเลยจะชนะคดีอาญาศาลก็ลงโทษโจทก์ทั้งสองเท่านั้น ผลของคำพิพากษาคดีอาญาจึงหาอาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวไม่ ดังที่จำเลยก็ยอมรับมาในคำฟ้องฎีกา เหตุนี้การที่จำเลยเพียงแต่ยื่นฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีอาญาจึงหาเป็นเหตุเพียงพอให้ศาลงดหรือรอการบังคับคดีนี้ไว้ไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2529 นาย เฉลย เทพสุยะ กับพวก โจทก์ นาง สุภรณ์ วรพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เฉลย เทพสุยะ กับพวก · จำเลย - นาง สุภรณ์ วรพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · มาโนช เพียรสนอง · ปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9028/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3183/2541ฎีกา 2674/2565ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2280/2559ฎีกา 403/2530ฎีกา 4794/2534ฎีกา 145/2554ฎีกา 1055/2510ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1088/2533ฎีกา 3934/2530ฎีกา 39/2524ฎีกา 651/2518ฎีกา 1634/2532ฎีกา 679/2506ฎีกา 3082/2533ฎีกา 1376/2520ฎีกา 5734/2545ฎีกา 2747/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ