⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 827/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีข้อพิรุธหรือขัดแย้งกันเองจนไม่สามารถรับฟังข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน พยานหลักฐานนั้นย่อมไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่ประจักษ์พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งแตกต่างกันเกี่ยวกับลักษณะการค้นตัวสถานที่ค้นตัวและสถานที่ที่นำตัวจำเลยไปย่อมทำให้รับฟังไม่ได้แน่ชัดว่ามีการค้นตัวโดยชอบหรือไม่ที่ใด และจับจำเลยได้จากที่ไหนพยานโจทก์จึงขาดความเชื่อถือไม่สามารถรับฟังได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง เมื่อเพิ่มโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ และลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญาแล้วคงจำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ของกลางริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีร้อยตำรวจโทสนั่น อิ่มใจ และจ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์ อ่อนสหะ เป็นประจักษ์พยานโดยในการค้นเฮโรอีนของกลางจากจำเลยนั้น ร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่า ร้อยตำรวจโทสนั่นค้นกระเป๋ากางเกงขวาของจำเลยก่อนเมื่อพบเฮโรอีนของกลางแล้วได้ค้นที่อื่นด้วย แต่จ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์เบิกความว่าร้อยตำรวจโทสนั่นตรวจค้นจำเลยจากส่วนหน้าอกลงไปก่อนหลังจากนั้นไม่นานจึงพบเฮโรอีนของกลาง และร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่าค้นจำเลยที่กลางซอยเฉลิมลาภ ห่างปากซอยประมาณ 500 เมตร ส่วนจ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์ เบิกความว่าจับกุมจำเลยได้ห่างจากปากซอยเฉลิมลาภประมาณ 50 เมตร และร้อยตำรวจโทสนั่นเบิกความว่า จับจำเลยได้แล้วให้เจ้าพนักงานตำรวจใต้บังคับบัญชานำจำเลยไปรอที่รถต่อมาร้อยตำรวจโทสนั่นจึงไปจับนายสัญชัยได้ แต่จ่าสิบตำรวจทวีศักดิ์เบิกความว่าเมื่อจับจำเลยได้แล้วพาจำเลยไปด้วยถึงปากซอยก็จับนายสัญชัยได้อีกคนหนึ่ง จำเลยนำสืบว่าจำเลยเดินไปถึงปากซอยลือชาก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจค้นตัวแต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่เจ้าพนักงานตำรวจกลับจับจำเลยขึ้นรถไปสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ลักษณะการค้าตัว สถานที่ค้นตัว และการนำตัวจำเลยเดินทางไปเป็นข้อสำคัญเพราะจำเลยนำสืบโต้แย้ง เมื่อประจักษ์พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งแตกต่างในข้อดังกล่าว ย่อมรับฟังไม่ได้แน่ชัดว่ามีการค้นตัวโดยชอบหรือไม่ที่ใด และจับจำเลยได้จากที่ไหนจึงทำให้น้ำหนักคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ขาด่ความเชื่อถือไม่สามารถรับฟังได้โดยปราศจากความสงสัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะเหตุสงสัยจึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขี้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 827/2529 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย สาโรจน์ ลำใย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สาโรจน์ ลำใย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ