⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 93/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพาผู้เยาว์ไปเพื่อเลี้ยงดูเป็นภริยาโดยไม่ได้มีเจตนาเพื่อการอนาจาร ไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งมีอายุ16ปีเศษและเป็นน้องสาวของภริยาโดยพฤตินัยของจำเลยไปอยู่กินฉันสามีภริยากันจนมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนโดยก่อนเกิดเหตุจำเลยได้เลิกเป็นสามีภริยากับพี่สาวผู้เสียหายเป็นเวลาหลายเดือนแล้วแสดงว่าจำเลยพาผู้เสียหายไปโดยตั้งใจจะเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงไม่เป็นการพรากไปเพื่อการอนาจาร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้พรากผู้เสียหายอายุ 16 ปี 7 เดือน ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าขณะเกิดเหตุ นางสาวอุดมพร จันทร์ทองอายุ 16 ปี 7 เดือน ก่อนเกิดเหตุประมาณ 8 ปี จำเลยได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางอุไร จันทร์ทองพี่สาวของนางสาวอุดมพร โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันและมีบุตรด้วยกัน 1 คน วันเกิดเหตุนางสาวอุดมพรได้ตามจำเลยไปอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่บ้านมารดาของจำเลยและจำเลยไม่ได้มาเกี่ยวข้องอยู่กินฉันสามีภริยากับนางอุไรอีก ปัญหาจึงมีว่าจำเลยได้พรากนางสาวอุดมพรไปจากนายรื่น นางละม่อม จันทร์ทองบิดามารดาเพื่อการอนาจารหรือไม่ พยานโจทก์มีนายรื่น จันทร์ทองเบิกความว่าวันเกิดเหตุจำเลยยังอยู่กินกันกับนางอุไร จันทร์ทองภริยา และนางอุไร จันทร์ทอง เบิกความว่าวันเกิดเหตุ เวลาเช้าจำเลยบอกว่าจะไปบ้านมารดาแสดงว่าจำเลยยังอยู่กินฉันสามีภริยากับนางอุไร แต่นางสาวอุดมพร จันทร์ทอง เบิกความว่าจำเลยไม่ได้อยู่กินกับนางอุไร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2526 เจือสมกับคำเบิกความของจำเลยว่าไม่ได้อยู่กินกับนางอุไร โดยจำเลยแยกไปอยู่กับมารดาตั้งแต่ต้นปีพ.ศ. 2526 และเมื่อจำเลยพรากนางสาวอุดมพรไปแล้ว จำเลยไม่ได้มาเกี่ยวข้องอยู่กินเป็นสามีภริยากับนางอุไร ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับนางอุไรได้มีการพูดกันถึงเรื่องที่จะแยกกันหรือจะเลิกเป็นสามีภริยากันเลย ศาลฎีกาจึงเชื่อว่าจำเลยได้เลิกเป็นสามีภริยากับนางอุไรมาแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุจำเลยจึงไม่มีภริยา จำเลยได้พานางสาวอุดมพรไปอยู่กินฉันสามีภริยากันที่บ้านมารดาจำเลยตลอดมานางสาวอุดมพรเบิกความเป็นพยานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2526 ก็ว่าตั้งแต่อยู่กินกับจำเลยจำเลยรักใคร่นางสาวอุดมพรดี และนางสาวอุดมพรมีครรภ์กับจำเลยเกือบ 3 เดือนแล้วต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2527นางสาวอุดมพรได้คลอดบุตร โดยมีจำเลยเป็นบิดาตามสูติบัตรที่จำเลยอ้างเป็นพยานในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา แสดงว่าจำเลยพานางสาวอุดมพรไปโดยตั้งใจจะพาไปเลี้ยงดูเป็นภริยาจริงจังจึงไม่เป็นการพรากนางสาวอุดมพรผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2529 พนักงานอัยการ จังหวัด ชุมพร โจทก์ นาย สมชื่อ จันทร์สิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชุมพร · จำเลย - นาย สมชื่อ จันทร์สิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ผลฉาย · ประการ กาญจนศูนย์ · พลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 1430/2515ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518ฎีกา 3512/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ