⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 992/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- นายจ้างจะรับผิดต่อความเสียหายที่ลูกจ้างก่อขึ้นก็ต่อเมื่อลูกจ้างกระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างเท่านั้น - เมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ว่าการกระทำของลูกจ้างนั้นอยู่ในทางการที่จ้างของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าลูกจ้างขับขี่รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ใช้ให้ลูกจ้างผู้นั้นขับขี่รถดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่1 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้ใช้ลูกจ้างขับขี่รถยนต์ของจำเลยที่ 1 คันเกิดเหตุ แต่กลับได้ความว่าหลังจากเลิกงานแล้วลูกจ้างแอบขึ้นไปเอากุญแจรถคันเกิดเหตุจากที่แขวนตามปกติที่ตึกชั้นสามแล้วใช้ขับรถคันเกิดเหตุไปเที่ยวโดยพลการจนเกิดเหตุชนกันย่อมถือไม่ได้ว่าลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสาม ในคดีละเมิด เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามจะต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ โจทก์ย่อมมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงให้ได้ความตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้าง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างต่อโจทก์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการวินาศภัย โจทก์ที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๗๒๐๐ โจทก์ที่ ๑ ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๗๒๐๐ และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๙๓๓๕ ประเภทประกันภัยค้ำจุนในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และ ๕๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับ จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๑ บ - ๘๘๐๓ กรุงเทพมหานคร เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และนายวิชิต เจริญโต เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ เวลาประมาณ ๒๒ นาฬิกา นายลิขิตลูกจ้างจำเลยที่ ๑ ได้ขับขี่รถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๑ บ - ๘๘๐๓ ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ด้วยความเร็วและโดยประมาทชนท้ายรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๗๒๐๐ อย่างแรงเป็นเหตุให้รถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๗๒๐๐ ไหลไปชนท้ายรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๙๓๓๕ ทำให้รถเสียหาย นายลิขิตถึงแก่ความตาย โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการปฏิบัติงานได้ใช้ให้นายลิขิตขับขี่รถยนต์ดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามจึงต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า นายลิขิต เจริญโต ไม่ใช่ลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ ๑ ขณะเกิดเหตุนายลิขิตไม่ได้ขับรถคันหมายเลขทะเบียน ๑ บ - ๔๘๐๓ ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ทั้งการที่นายลิขิตขับรถออกไปยังที่เกิดเหตุมิได้เกิดจากการใช้หรือวานหรือความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ แต่เกิดเหตุนอกเวลาจ้างและนอกทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ โดยนายลิขิตได้ลักลอบขับรถดังกล่าวออกไปจากที่พักกับคนงานอีกคนหนึ่งในเวลากลางคืนและโดยพลการเพื่อไปเที่ยวเตร่ ขากลับมาจึงได้เกิดเหตุอันมิใช่เป็นการปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ เหตุคดีนี้ไม่ใช่ความประมาทของนายลิขิต แต่เป็นความประมาทของผู้ขับรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน นฐ. ๒๗๒๐๐ และ นฐ. ๒๙๓๓๕ ซึ่งจอดกีดขวางเส้นทางจราจรในยามวิกาลโดยไม่เปิดไฟหรือให้สัญญาณ ทำให้รถของจำเลยที่ ๑ เสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย จำเลยที่ ๑ ไม่นำส่งสำเนาฟ้องแย้งภายในกำหนด ๑๕ วัน ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายฟ้องแย้งออกเสียจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์เป็นข้อกฎหมายเพียงข้อเดียวว่านายลิขิตมิได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง จำเลยทั้งสามจึงไม่ควรรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามว่านายลิขิตได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างหรือไม่ เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์จำต้องถือตามข้อเท็จจริงตามข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้น แต่ปรากฏว่าประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสามว่า รับฟังได้เพียงใดหรือไม่จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ผิดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๓) (ก) ว่า นายลิขิต เจริญโต เป็นคนงานมีหน้าที่ขุดหลุมปักเสาไฟฟ้าที่จำเลยที่ ๓ จ้างเป็นลูกจ้างรายวัน ไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์ นายลิขิตนำรถคันเกิดเหตุของจำเลยที่ ๑ ไปขับโดยพลการมิได้ขออนุญาตจากจำเลยที่ ๓ ผู้ครอบครองรักษารถโจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่านายลิขิตขับรถไปชนท้ายรถของโจทก์ที่ ๒ ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสาม พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่านายลิขิตขับรถคันเกิดเหตุไปชนรถฝ่ายโจทก์ได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสามหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า นายลิขิตกระทำการไปในทางการที่จ้างจนเกิดเหตุครั้งนี้โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ใช้ให้นายลิขิต เจริญโต ขับขี่รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๑ บ - ๘๘๐๓ กรุงเทพมหานคร ไปปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ใช้ให้นายลิขิตขับขี่รถยนต์ของจำเลยที่ ๑ คันเกิดเหตุตามฟ้องแต่กลับได้ความว่า หลังจากเลิกงานแล้วนายลิขิตแอบขึ้นไปเอากุญแจรถคันเกิดเหตุจากที่แขวนตามปกติที่ตึกชั้นสามแล้วใช้ขับรถคันเกิดเหตุไปเที่ยวโดยพลการจนเกิดเหตุชนกันครั้งนี้ ย่อมถือไม่ได้ว่านายลิขิตกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยทั้งสาม ในปัญหาที่โจทก์อ้างว่า เมื่อนายลิขิตขับรถไปกระทำละเมิดจำเลยทั้งสามจะอ้างความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยทั้งสามกับนายลิขิตมาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามจะต้องร่วมกันรับผิดกับนายลิขิตลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งนายลิขิตได้กระทำไปในทางการที่จ้าง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ โจทก์ทั้งสองย่อมมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงให้ได้ความตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่สามารถนำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้าง ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดกับนายลิขิตต่อโจทก์ทั้งสองไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2529 บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด · จำเลย - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุไร คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา