คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะได้เริ่มขึ้นตั้งแต่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายในขณะที่ยังอยู่บนรถ ซึ่งเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันไม่ขาดตอนกับการบังคับเอาทรัพย์.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยืนอยู่นอกรถยนต์โดยสารประจำทาง ใช้กำลังประทุษร้ายดึงตัวผู้เสียหายให้ลงมาจากรถแล้วบังคับเอาทรัพย์จากผู้เสียหาย เช่นนั้น การชิงทรัพย์ได้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายในขณะที่ผู้เสียหายยังอยู่บนรถซึ่งเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันไม่ขาดตอนกับการบังคับเอาทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสองประกอบกับมาตรา 335 (9).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ชิงทรัพย์เงินสด ๔๐ บาทของผู้เสียหายซึ่งอยู่ในรถโดยสารประจำทางอันเป็นยวดยานสาธารณะไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ และคืนเงินสด ๔๐ บาท ของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ วรรคแรก จำคุก ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปีให้จำเลยคืนเงิน ๔๐ บาทแก่ผู้เสียหาย
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง บัญญัติว่า 'ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา ๓๓๕ ผู้กระทำต้องระวางโทษ.....' และมาตรา ๓๓๕ (๙) บัญญัติว่า 'ผู้ใดลักทรัพย์.....(๙)......ในยวดยานสาธารณะ.......' มาตรา ๓๓๕ วรรคสองจึงเป็นบทบัญญัติที่ให้ลงโทษผู้กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์หนักขึ้นหากการชิงทรัพย์นั้นเข้าลักษณะดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๓๓๕ ซึ่งความผิดฐานชิงทรัพย์นั้นการใช้กำลังประทุษร้ายเป็นองค์ประกอบของความผิด ดังนั้นการที่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการดึงตัวผู้เสียหายให้ลงมาจากรถ แม้จำเลยจะบังคับเอาทรัพย์จากผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายลงมาจากรถและจำเลยยืนอยู่นอกรถก็ตาม แต่การชิงทรัพย์นั้นได้เริ่มเกิดขึ้นตึ้งแต่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายในขณะที่ผู้เสียหายยังอยู่บนรถ ซึ่งเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องไม่ขาดตอน กรณีย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะดังที่โจทก์ฟ้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ วรรคสอง จำคุก ๑๐ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2530
พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์
นายกองชัย หรือแก้ว แซะนาม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายกองชัย หรือแก้ว แซะนาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำนง นิยมวิภาต · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · เสียง ตรีวิมล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายทองหล่อ โฉมงาม · ศาลอุทธรณ์ - นายาถาวร ตันตราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา