⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1458/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทรัพย์นั้นได้ถูกลักมาแล้ว และผู้รับทรัพย์นั้นรู้หรือควรจะรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์แท็กซี่ซึ่งจำเลยที่ 1 กับ ส.ลักมาเพื่อจะไปเที่ยวด้วยกัน โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถเอง ดังนี้รถแท็กซี่ยังอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 กับ ส.จำเลยที่2 มิได้กระทำการใดอันเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 กับ ส.ในการพารถแท็กซี่ไป พฤติการณ์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานรับของโจร.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันลักรถยนต์ ราคา 150,000 บาทหรือมิฉะนั้นก็ร่วมกันรับของโจรรถยนต์ดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335(1) (7), 357 ก่อนสอบถามคำให้การจำเลย จำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357, 83 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4มีอายุ 13 ปีเศษ 14 ปีเศษ และ 15 ปีเศษ ตามลำดับ พิจารณาความรู้สึกผิดชอบและสิ่งแวดล้อมแล้ว เห็นว่ายังไม่สมควรพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3และที่ 4 ให้จัดการกับจำเลยทั้งสองเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าร้ายแรง มีลักษณะส่อไปในทางเป็นแก๊งในการกระทำผิด ให้ส่งตัวจำเลยทั้งสามไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเพื่อรับการฝึกอบรมขัดเกลานิสัยและฝึกอาชีพมีกำหนดคนละ 6 เดือน นับแต่วันมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75, 74 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ได้นั่งรถยนต์แท็กซี่หมายเลขทะเบียน 1ท-2222 กรุงเทพมหานคร ของนายวิชัย ศิริระพรผู้เสียหาย ซึ่งถูกคนร้ายลักไป และได้ถูกจับพร้อมกับพวกที่นั่งไปในรถแท็กซี่คันดังกล่าว คดีคงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่าจำเลยที่ 2ได้ร่วามกระทำความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องหรือไม่ ...พยานหลักฐานโจทก์คงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งร่วมกับนายสุวัฒน์ลักรถแท็กซี่ของกลางเป็นผู้ขับรถคันนั้นในคืนเกิดเหตุตามข้อนำสืบของจำเลยที่ 2และข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 2 นั่งรถแท็กซี่คันที่จำเลยที่ 1 กับนายสุวัฒน์ลักมาเพื่อจะไปเที่ยวที่จังหวัดนครปฐมรถแท็กซี่ของกลางยังคงอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 กับนายสุวัฒน์ซึ่งร่วมกันลักมา ไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 2 กระทำการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือจำเลยที่ 1 กับนายสุวัฒน์พารถแท็กซี่ของกลางไป เพราะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์เป็นผู้ขับรถคันนั้นไปเองพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 นั่งไปในรถแท็กซี่ของกลางก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ดังนั้น คดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2530 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวราภรณ์ หรุ่นสมบูรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายวราภรณ์ หรุ่นสมบูรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · อภินย์ ปุษปาคม · สง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ