⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 1564/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2530

ป.วิ.แพ่ง ม.175

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ถอนฟ้องได้ หากการถอนฟ้องนั้นมิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตหรือเป็นการเอาเปรียบเชิงคดี.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องการที่โจทก์ขอถอนฟ้องเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย หากโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ จำเลยก็มีสิทธิที่จะต่อสู้คดีได้เต็มที่ฝ่ายใดจะแพ้ชนะคดีย่อมแล้วแต่พยานหลักฐานและรูปคดีทั้งปรากฏจากคำร้องขอถอนฟ้องว่าหนี้จำนองยังไม่ถึงกำหนดฟ้องร้องได้ โจทก์จึงขอถอนฟ้อง เมื่อพิจารณาตามพฤติการณ์และเหตุผลในคดีแล้ว ถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตเป็นการเอาเปรียบเชิงคดี ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้และบังคับจำนอง จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองเพราะหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ขอให้ยกฟ้องในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ควรอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 บัญญัติได้ความว่า ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้วโจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น เพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องได้ ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต หรืออนุญาตในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาต โดยมิได้ฟังจำเลยหรือผู้ร้องสอดถ้าหากมีก่อน แสดงว่าการที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนคำฟ้องเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยื่นคำขอถอนคำฟ้องเนื่องจากโจทก์เห็นว่าโจทก์ตกเป็นผู้เสียเปรียบในเชิงคดี จึงขอถอนคำฟ้องเพื่อปรับปรุงคำฟ้องของตนเสียใหม่ โดยอาศัยข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่จำเลยให้การไว้ และจะนำมาฟ้องใหม่ อันจะทำให้จำเลยต้องเสียเปรียบในการต่อสู้และไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ขอถอนคำฟ้องเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย หากโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ จำเลยก็มีสิทธิที่จะต่อสู้คดีได้เต็มที่ฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะคดีย่อมแล้วแต่พยานหลักฐานและรูปคดี ทั้งปรากฏจากคำร้องขอถอนฟ้องว่าหนี้จำนองยังไม่ถึงกำหนดฟ้องร้องได้โจทก์จึงขอถอนคำฟ้อง พิจารณาตามพฤติการณ์และเหตุผลในคดีแล้วถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตเป็นการเอาเปรียบเชิงคดี ศาลล่างทั้งสองอนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2530 นาง ศรี ปรีดาสวัสดิ์ โจทก์ นายก ฤษ เพชรกำแหง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ศรี ปรีดาสวัสดิ์ · จำเลย - นายก ฤษ เพชรกำแหง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6909/2543ฎีกา 1152/2538ฎีกา 1020/2545ฎีกา 2891/2537ฎีกา 2132/2538ฎีกา 679/2506ฎีกา 19/2556ฎีกา 960/2506ฎีกา 4003/2529ฎีกา 2002/2511ฎีกา 2420/2521ฎีกา 1085/2491ฎีกา 1057/2506ฎีกา 1677/2540ฎีกา 2930/2544ฎีกา 1927/2537ฎีกา 996/2549ฎีกา 5124/2545ฎีกา 3904/2535ฎีกา 8804/2559ฎีกา 6403/2539ฎีกา 968/2510ฎีกา 1103/2480ฎีกา 1193/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา