⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1586/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง ผู้ที่ใช้อำนาจรัฐตามกฎหมาย ไม่รวมถึงผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากหน่วยงานของรัฐแต่ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 มีเจตนาทุจริตมาแต่แรกร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ทำบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างและหลักฐานการเบิกจ่ายค่าแรงค่าควบคุมงาน และกรอกข้อความรับรองชื่อผู้รับจ้างขุดดินและผู้ควบคุมงานตามโครงการต่อเติมสร้างทำนบดินของตำบลเป็นเท็จและเบิกเงินจากทางราชการมากกว่าจำนวนที่จะต้องจ่ายให้แก่ราษฎรที่ทำงาน และควบคุมงาน แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนและของผู้อื่นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและโดยทุจริตจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 ต้องมีความผิดและโดยที่จำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้ใหญ่บ้านมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้วยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภาตำบลโดยตำแหน่ง ซึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกันกับคณะกรรมการสภาตำบลในการดำเนินการตามโครงการสร้างงานในชนบทตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ. 2524 ข้อ 24 การที่จำเลยที่ 5 ที่ 6 ปฏิบัติหน้าที่ไปตามระเบียบดังกล่าวย่อมถือได้ว่าปฏิบัติงานในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ส่วนจำเลยที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาตำบลที่ราษฎรเลือกตั้งขึ้นมาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515ไม่ได้ระบุให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แม้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ. 2524 จะกำหนดให้ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับคณะกรรมการสภาตำบลก็หาให้จำเลยที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายไม่จำเลยที่ 10 เป็นราษฎรเป็นกรรมการควบคุมงานต่อเติมทำนบดังกล่าวที่สภาตำบลแต่งตั้งกันขึ้นมาเองไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ดังนั้นจำเลยที่ 5 และที่ 6 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานจึงต้องมีความผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่วนจำเลยที่ 7 ถึงที่ 10 มิได้เป็นเจ้าพนักงานจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยอื่นเท่านั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, และ ๒๖๘ กับให้ริบเอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นทั้งหมด จำเลยทั้งสิบให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๔๗, ๑๕๑, และ ๑๕๗ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๕ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบเอกสารที่จำเลยปลอมขึ้น โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ ตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๕ และที่ ๖ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, และ ๑๖๒ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๕ ปี จำเลยที่ ๗ ที่ ๘ ที่ ๙ และที่ ๑๐ มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๖, ๑๔๗, ๑๕๑, และ ๑๖๒ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พยานโจทก์เชื่อได้ว่าจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ มีเจตนาทุจริตมาแต่แรกร่วมกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ทำบัญชีรายชื่อผู้รับจ้างและหลักฐานการเบิกจ่ายเงินค่าแรงและค่าควบคุมงาน และกรอกข้อความรับรองชื่อผู้รับจ้างขุดดินและผู้ควบคุมงานตามโครงการต่อเติมสร้างทำนบดินตำบลหนองผือเป็นเท็จเบิกเงินจากทางราชการออกมามากกว่าจำนวนที่จะต้องจ่ายให้แก่ราษฎรที่ทำงานและผู้ควบคุมงาน แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนและของผู้อื่นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและโดยทุจริตจำเลยที่ที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ ต้องมีความผิด จำเลยที่ ๕ และที่ ๖ เป็นผู้ใหญ่บ้านมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้ว ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสภาตำบลหนองผือโดยตำแหน่งซึ่งต้องรับผิดชอบร่วมกัน กับคณะกรรมการสภาตำบลในการดำเนินการตามโครงการสร้างงานในชนบทตามระเบียบสำนักยายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.๒๕๒๔ ข้อ ๒๔ การที่จำเลยที่ ๕ และที่ ๖ ปฏิบัติหน้าที่ไปตามระเบียบดังกล่าวย่อมถือไว้ว่าจำเลยที่ ๕ และที่ ๖ ปฏิบัติงานในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายส่วนจำเลยที่ ๗ ที่ ๘ และที่ ๙ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาตำบลหนองผือ ที่ราษฎรเลือกตั้งขึ้นมาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ไม่ได้ระบุให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา แม้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ.๒๕๒๔ จะกำหนดให้ต้องรับผิดชอบร่วมกันกับคณะกรรมการสภาตำบลก็หาทำให้จำเลยที่ ๗ ที่ ๘ และที่ ๙ มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายไม่ สำหรับจำเลยที่ ๑๐ เป็นราฐฎรเป็นกรรมการควบคุมงานต่อเติมทำนบที่สภาตำบลหนองผือแต่งตั้งกันขึ้นมาเองไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๕ และที่ ๖ เป็นเจ้าพนักงานร่วมกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และฟังว่าจำเลยที่ ๗ ถึงที่ ๑๐ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยอื่นชอบแล้วส่วนโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยทั้งหกก็เป็นโทษขั้นต่ำตามกฎหมายอยู่แล้ว และโทษที่ลงก็จำคุกเกิน ๒ ปี รอการลงโทษให้ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๑๐ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายจันทร์สวน คำนันดา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายจันทร์สวน คำนันดา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายจรูญวิทย์ ทองสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 593/2510ฎีกา 1092/2505ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1270/2506ฎีกา 313/2526ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1680/2532ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5138/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา