⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1820/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1820/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การและศาลสั่งไต่สวนคำร้องดังกล่าว โจทก์ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลายื่นคำให้การ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ยื่นคำให้การและศาลสั่งไต่สวนคำร้องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องระหว่างศาลกับจำเลย และมิใช่เหตุที่จะทำให้โจทก์ได้รับยกเว้นหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 ในอันที่จะต้องมีคำขอต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ทั้งโจทก์จะถือว่าระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงในวันที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ เรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เป็นเงิน ๑๐๖,๔๙๖ บาทและให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดด้วย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยที่ ๒ ซึ่งยื่นเกินกำหนด จำเลยที่ ๒ ก็ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยื่นคำให้การโดยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยที่ ๒ จึงยื่นคำแถลงคัดค้านคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ศาลชั้นต้นรับคำคัดค้านของจำเลยที่ ๒ และมีคำสั่งว่าโจทก์มิได้ยื่นคำร้องต่อศาลภายใน ๑๕ วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การสิ้นสุดลง จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งว่าได้สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ แล้วให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ต้องยื่นคำให้การภายใน ๘ วัน กล่าวคือต้องยื่นคำให้การภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๘ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๘ เกินกำหนด ๘ วัน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๗ ให้ถือว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์มีหน้าที่ตามมาตรา๑๙๘ ที่จะต้องมีคำขอต่อศาลภายใน ๑๕ วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด สำหรับในกรณีนี้โจทก์ต้องยื่นคำขอภายในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๒๘ การที่จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การโดยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดและศาลสั่งไต่สวนคำร้องดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับจำเลยที่ ๒ มิใช่เหตุที่จะทำให้โจทก์ได้รับการยกเว้นที่จะไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมาย ที่โจทก์ฎีกาว่ากรณีนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ควรนับเวลาสิ้นสุดของระยะเวลายื่นคำให้การของจำเลยที่ ๒ ในวันที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๘ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ มีข้อความชัดเจนอยู่แล้ว ไม่อาจขยายความออกไปได้ดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1820/2530 บริษัทสยามราษฎร์ลีสซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัทวรพันธ์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามราษฎร์ลีสซิ่ง จำกัด · จำเลย - บริษัทวรพันธ์คอร์เปอเรชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 911/2548ฎีกา 8888/2542ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 1010/2520ฎีกา 34/2538ฎีกา 2574/2556ฎีกา 813/2528ฎีกา 5768/2534ฎีกา 623/2506ฎีกา 3085/2540ฎีกา 163/2507ฎีกา 726/2512ฎีกา 1644/2519ฎีกา 2971/2522ฎีกา 4378/2531ฎีกา 991/2523ฎีกา 431/2539ฎีกา 3426/2534ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1137/2508ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1510/2520ฎีกา 640/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา