⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 310/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องขัดทรัพย์ต้องยื่นคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัด หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี และการที่ศาลนัดสืบพยานผู้ร้อง มิได้มีผลลบล้างหน้าที่ของผู้ร้องในการปฏิบัติตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องขัดทรัพย์ต้องมีคำขอต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้โจทก์ยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัด ถ้าผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นออกเสียจากสารบบความผู้ร้องจะอ้างว่ามิได้มีเจตนาทิ้งคำร้อง เพราะผู้ร้องได้รับหมายนัดสืบพยานผู้ร้อง จึงเข้าใจว่าโจทก์ยื่นคำให้การแล้วนั้นไม่ได้ เพราะการที่ศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การและให้นัดสืบพยานผู้ร้องไป หามีผลลบล้างให้ผู้ร้องไม่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั้นร้องขัดทรัพย์จากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมิได้มีเจตนาทิ้งคำร้องแต่อย่างใด แต่เนื่องจากศาลมีหมายนัดสืบพยานผู้ร้องถึงทนายผู้ร้อง ทนายผู้ร้องจึงเชื่อโดยสนิทใจว่าโจทก์ได้ยื่นคำให้การแล้ว ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลได้ออกหมายเรียกให้โจทก์ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนด ๘ วัน ครั้งแรกผู้ร้องนำเจ้าพนักงานส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องขัดทรัพย์แก่โจทก์ไม่ได้ เพราะไม่พบตัวและไม่มีผู้ใดยอมรับแทน ผู้ร้องยื่นคำแถลงลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๑ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งโจทก์อีกครั้ง หากไม่มีผู้ใดยอมรับโดยชอบขอให้ปิดหมาย ศาลมีคำสั่งอนุญาต วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๒๑ ผู้ร้องนำเจ้าพนักงานไปส่งแก่โจทก์ ไม่พบโจทก์และไม่มีผู้ใดยอมรับแทน จึงปิดหมายปรากฏตามรายงานการเดินหมายลงวันที่ ๑๓ เดือนเดียวกันซึ่งตามกฎหมายโจทก์จะต้องยื่นคำให้การภายในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๒ แต่โจทก์ยื่นคำให้การเลยกำหนด ศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การ และให้นัดสืบพยานผู้ร้องในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ การที่ศาลสั่งไม่รับคำให้การโจทก์เพราะยื่นเลยกำหนดดังกล่าว ถือว่าโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ และกฎหมายกำหนดให้ผู้ร้องขัดทรัพย์มีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้โจทก์ยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดซึ่งผู้ร้องต้องยื่นคำขอภายในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๒๒ ถ้าผู้ร้องไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นออกเสียจากสารบบความ การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีผู้ร้องในวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๒๒ อ้างผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอให้โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การภายใน ๑๕ วันจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ แล้ว ที่ผู้ร้องฎีกาอ้างว่ามิได้มีเจตนาทิ้งคำร้องเพราะผู้ร้องได้รับหมายนัดสืบพยานผู้ร้อง จึงเข้าใจว่าโจทก์ยื่นคำให้การแล้วนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะการที่ศาลมีคำสั่งไม่รับคำให้การและให้นัดสืบพยานผู้ร้องไปหามีผลลบล้างให้ผู้ร้องต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๙๘ ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2523 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ นางอารยา ตันติวงศ์ ผู้ร้อง บริษัทซีฮวดอิมปอรต์ จำกัด กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด · ผู้ร้อง - นางอารยา ตันติวงศ์ · ล. - บริษัทซีฮวดอิมปอรต์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์ · บรรเทอง ภู่กฤษณา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 911/2548ฎีกา 8888/2542ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 34/2538ฎีกา 623/2506ฎีกา 991/2523ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1137/2508ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1416/2545ฎีกา 2839/2539ฎีกา 1464/2495ฎีกา 4713/2541ฎีกา 1124/2550ฎีกา 10840/2558ฎีกา 1798/2494ฎีกา 2207/2541ฎีกา 5336/2551ฎีกา 91/2507ฎีกา 678/2486ฎีกา 1900/2538ฎีกา 6127/2537ฎีกา 1638-1640/2500ฎีกา 9159/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา