⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1832-1833/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832-1833/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาออกมาใช้บังคับภายหลังการกระทำความผิด และกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดยิ่งกว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นบังคับแก่คดี. การกำหนดโทษจำคุกจำเลยตามมาตรา 91 (3) ที่แก้ไขใหม่ โดยกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองให้ใหม่เป็นจำคุกไม่เกินคนละ 50 ปี.

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างที่จำเลยกำลังรับโทษในคดีซึ่งถึงที่สุดแล้วได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่6) พ.ศ. 2526 ออกใช้บังคับแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้เป็นคุณแก่จำเลยยิ่งกว่ามาตรา 91 เดิมอันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิด จึงต้องใช้มาตรา 91 ที่แก้ไขใหม่บังคับแก่คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) กระทงหนักที่สุดของจำเลยทั้งสองคือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 และ 289 ซึ่งมีอัตราโทษประหารชีวิต กรณีจึงต้องด้วยมาตรา 91 (3) ที่แก้ไขใหม่และจำเลยทั้งสองถูกลงโทษมีกำหนดคนละ 100 ปี แม้จะเปลี่ยนโทษมาจากโทษจำคุกตลอดชีวิต 2 กระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เดิมก็ไม่ถือว่าศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตต่อไปแล้ว จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 91 (3) ที่แก้ไขใหม่ จำเลยทั้งสองมีสิทธิได้รับการกำหนดโทษเสียใหม่ตามมาตรา 91 (3) ที่แก้ไขแล้ว โดยศาลต้องกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองให้ใหม่เป็นจำคุกไม่เกินคนละ 50 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ มีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓, ๘๓ กรรมหนึ่ง และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๓ อีกกรรมหนึ่งให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ทั้งสองกระทง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๘๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒ คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตทั้งสองกระทง แต่เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๑๐๐ ปี นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๘๑๐/๒๕๑๙ ของศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔ ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เดิมและให้ใช้ข้อความใหม่แทนว่าเมื่อรวมกระทงลงโทษแล้ว โทษจำคุกต้องไม่เกิน ๕๐ ปีอันเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย ขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงโทษให้ด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งกำหนดโทษจำเลยทั้งสองเสียใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ประกอบด้วยมาตรา ๓ เป็นจำคุกคนละ ๕๐ ปี โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า มีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิได้รับการกำหนดโทษใหม่หรือไม่ เห็นว่า ระหว่างจำเลยทั้งสองกำลังรับโทษในคดีซึ่งถึงที่สุดแล้วอยู่นั้น ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ ออกใช้บังคับโดยแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ให้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองยิ่งกว่าเดิมซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำผิด จึงต้องใช้มาตรา ๙๑ ที่แก้ไขใหม่บังคับแก่คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ (๑) ด้วยมาตรา ๙๑ ที่แก้ไขใหม่บัญญัติให้ศาลลงโทษผู้กระทำความผิดทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษหรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดต่อไปนี้ .... (๓)ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและโดยที่กระทงที่หนักที่สุดของจำเลยทั้งสองนี้ก็คือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ และ ๒๘๙ ซึ่งมีอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ประหารชีวิต กรณีจึงต้องด้วยมาตรา ๙๑ (๓) และคดีนี้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ ๑๐๐ ปีแม้จะเปลี่ยนโทษมาจากโทษจำคุกตลอดชีวิต ๒ กระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เดิมก็ตาม ก็ไม่ถือว่าศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตอีกต่อไปแล้ว จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๙๑ (๓) ที่แก้ไขใหม่ดั่งฎีกาของโจทก์ ต้องถือว่าเป็นการลงโทษจำคุกตามที่เปลี่ยนไปโดยผลของกฎหมายแล้ว ยังผลให้จำเลยทั้งสองได้รับสิทธิในการกำหนดโทษเสียใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ที่แก้ไขแล้ว โดยศาลต้องกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองให้ใหม่เป็นโทษจำคุกไม่เกินคนละ ๕๐ ปี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1832 - 1833/2530 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายแสวง ทับแจ่ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายแสวง ทับแจ่ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์ - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 1502/2550ฎีกา 332/2536ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 2246/2520ฎีกา 7217/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา