⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1839/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1839/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำความผิดที่ร่วมกันไปฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ถอดหลังคารถเพื่อความคล่องตัวในการนำรถไปใช้กระทำความผิดและใช้รถหลบหนี โดยจำเลยที่ 1 รู้มาแต่แรกว่าคนร้ายให้ขับรถไปเพื่อฆ่าผู้อื่น แล้วจำเลยที่ 1 ขับรถพาคนร้ายไป จอดรถที่ถนนหน้าร้านผู้ตาย ติดเครื่องรออยู่ให้คนร้ายลงจากรถไปใช้อาวุธปืนยิงเร็วยิงผู้ตายกับพวกประมาณ 50 คนที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่แล้วคนร้ายกลับมาขึ้นรถ จำเลยที่ 1 ขับรถพาคนร้ายหลบหนีไป การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำความผิดที่ร่วมกันไปฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนมิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด โจทก์มิได้อุทธรณ์ ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาจึงจะลงโทษจำเลยที่ 1 หนักกว่าที่ศาลชั้นต้นลงโทษไม่ได้ ศาลล่างปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่กับพวกที่หลบหนีร่วมกันใช้อาวุธปืนเล็กกลรวม ๔ กระบอกยิงกราดคนที่นั่งชุมนุมดูโทรทัศน์หลายนัด โดยจำเลยกับพวกมีเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระสุนปืนที่ยิงดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหลายคน เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ ๑ ได้พร้อมยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด และได้ยึดอาวุธปืน เอเค ๔๗ ( อาร์ก้า ) ๑ กระบอก แมกกาซีน ๑ อัน กระสุนปืนอาร์ก้า ๓๐ นัด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๘๖ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ( ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ( ฉบับที่ ๕ ) พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ( ฉบับที่ ๗ ) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘, คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ( ฉบับที่ ๔๔ ) ข้อ ๓, ๖, ๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ และริบของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๘๖ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คำให้การของจำเลยที่ ๑ ในชั้นสอบสวนและคำเบิกความต่อศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘, ๕๑ คงจำคุก ๓๓ ปี ๔ เดือน รถยนต์ ปลอกกระสุนปืนอาร์ก้า ๑๓ ปลอก หัวกระสุนปืนอาร์ก้า ๓ หัวของกลางให้ริบ ส่วนอาวุธปืนเอเค ๔๗ ( อาร์ก้า ) ๑ กระบอก แมกกาซีน ๑ อัน กระสุนปืนอาร์ก้า ๓๐ นัดที่ยึดจากค่ายอาสาสมัครป้องกันหมู่บ้านอำเภอเลิงนกทา เป็นของทางราชการเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ริบยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วย คืนรถยนต์ของกลางให้จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ในปัญหาว่าจำเลยที่ ๑ กระทำความผิดดังศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อพิจารณาถึงการกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ถอดหลังคารถแล้วขับรถพาคนร้ายไปจอดรถที่ถนนหน้าร้านสุพรรณศิริ ติดเครื่องยนต์รออยู่ให้คนร้ายลงจากรถไปใช้อาวุธปืนยิงเร็วยิงนายบุญเรืองหรือเที่ยงกับพวกประมาณ ๕๐ คน ที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่แล้วคนร้ายกลับมาขึ้นรถ จำเลยที่ ๑ ขับรถพาคนร้ายหลบหนีไป เห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ ถอดหลังคารถก็เพื่อความคล่องตัวในการที่จะนำรถไปใช้ในการกระทำความผิดและใช้รถนั้นหลบหนี เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ รู้มาแต่แรกว่าคนร้ายให้ตนขับรถพาคนร้ายไปเพื่อฆ่าผู้อื่นและที่จำเลยที่ ๑ ขับรถพาคนร้ายไปยังที่เกิดเหตุ จอดรถติดเครื่องยนต์รออยู่ คนร้ายลงจากรถไปยิงผู้อื่นที่อยู่ใกล้เคียงกับที่จอดรถนั้นแล้วกลับมาขึ้นรถ จำเลยที่ ๑ ก็ขับรถพาคนร้ายหลบหนีไปนั้นเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำความผิดที่ร่วมกันไปฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังศาลชั้นต้นวินิจฉัย แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ให้หนักไปกว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้ แต่เห็นสมควรปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ เสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔), ๘๓ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1839/2530 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายวัด ชายทวีป กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายวัด ชายทวีป กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน · เสงี่ยม ทวีชัยการ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายพินิจ เพชรรุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 664/2520ฎีกา 628/2493ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา