⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 220/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทนายความของลูกหนี้ที่ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนลูกหนี้และลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับในศาล ถือว่าลูกหนี้ได้รับทราบคำบังคับนั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

คำว่าลูกหนี้ตามนัยบทมาตรา 272 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หมายความรวมถึงทนายความของลูกหนี้ด้วย การที่ทนายจำเลยซึ่งได้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลย ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับในศาลในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความถือได้ว่าทนายความซึ่งเป็นตัวแทนได้กระทำไปในขอบอำนาจในฐานะทนายความแทนจำเลยซึ่งเป็นตัวการ ย่อมมีผลผูกพันจำเลยและถือได้ว่าจำเลยทราบคำบังคับของศาลแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและบังคับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาทแก่โจทก์ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 หากผิดนัดยอมให้บังคับคดีได้ทันทีและยอมให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่31 พฤษภาคม 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่จำเลยไม่ชำระตามกำหนดศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามที่โจทก์ขอ โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมีโฉนด 2 แปลง ของจำเลยออกขายทอดตลาด จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดอ้างว่าจำเลยไม่ทราบคำบังคับเพราะทนายโจทก์ทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเองจำเลยไม่ได้ไปศาลด้วย และไม่ได้ส่งคำบังคับให้ถูกต้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าลูกหนี้จะต้องลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับของศาลด้วยตนเองจึงจะชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 นั้น เห็นว่าคำว่าลูกหนี้ตามนัยบทมาตราดังกล่าวหมายความรวมถึงทนายความของลูกหนี้นั้น ๆ ด้วยมิใช่หมายความเฉพาะตัวลูกหนี้โดยเคร่งครัดแต่อย่างใด ดังนั้นการที่นางสาวเอมอร บุนนาค ทนายจำเลยซึ่งได้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบคำบังคับแล้วในศาล ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่จำเลยรับไว้ในฎีกา จึงถือได้ว่าทนายความซึ่งเป็นตัวแทนได้กระทำไปในขอบอำนาจในฐานะทนายความแทนจำเลยซึ่งเป็นตัวการย่อมมีผลผูกพันจำเลยและถือได้ว่าจำเลยทราบคำบังคับของศาลแล้ว การยึดทรัพย์จำเลยมาประกาศขายทอดตลาดจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยเสียนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 200 บาทแทนโจทก์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2530 นาง บุญ เพียร บุญ รอด โจทก์ นางสาว เกศินี แดงเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ เพียร บุญ รอด · จำเลย - นางสาว เกศินี แดงเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 710/2542ฎีกา 7168/2542ฎีกา 39/2524ฎีกา 1591/2495ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 312/2534ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1748/2511ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 2532/2523ฎีกา 3352/2529ฎีกา 3222/2525ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549ฎีกา 1280/2505ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา