⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2266/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2266/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่นำรถจักรยานยนต์มาคืนแก่ผู้เสียหายตามที่ได้รับการร้องขอ ไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร หากไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับรถจักรยานยนต์ไว้จากคนร้ายหรือร่วมรู้กับคนร้ายมาเรียกค่าไถ่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นคนกลางติดต่อไถ่รถจักรยานยนต์ร่วมกับผู้อื่นตามที่ผู้เสียหายกับพวกขอร้อง แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับรถจักรยานยนต์ไว้จากคนร้ายหรือร่วมรู้กับคนร้ายมาเรียกค่าไถ่จากผู้เสียหาย การที่จำเลยขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาส่งให้แก่ผู้เสียหาย เป็นเรื่องนำมาคืนตามที่ผู้เสียหายกับพวกขอร้องให้ทำ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๓๔๐ ตรี, ๓๕๗, ๘๓ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ เวลาประมาณเที่ยงวัน นายถาวรผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์ ๑ คัน ราคา๒๖,๐๐๐ บาท รับจ้างโดยให้ชายคนหนึ่งกับหญิงคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายจากสถานีรถไฟชะอวดไปส่งที่บ้านทุ่งค่ายเมื่อผู้เสียหายขี่จักรยานยนต์ไปได้ประมาณ ๗ กิโลเมตรก็ถูกชายที่นั่งซ้อนท้ายมาใช้อาวุธปืนจี้ชิงเอารถจักรยานยนต์ไป ผู้เสียหายไปขอให้นายนุกูลผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านช่วยติดตามเอารถคืน นายนุกูลไปกับจำเลยที่ ๒ แล้วกลับมาบอกว่า คนร้ายจะเอาค่าไถ่ผู้เสียหายมอบให้นายนุกูลติดต่อเพื่อไถ่รถคืน ในที่สุดผู้เสียหายเสียค่าไถ่ ๓,๐๐๐ บาทแล้วในคืนนั้นจำเลยที่ ๒ ก็ขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกชิงไปมาคืนแก่ผู้เสียหายฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นคนกลางติดต่อไถ่รถร่วมกับผู้อื่นซึ่งผู้เสียหายกับพวกได้ขอร้องให้ทำ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ได้รับรถไว้จากคนร้ายหรือร่วมรู้กับคนร้ายมาเรียกค่าไถ่จากผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ ๒ ขี่รถของผู้เสียหายมาส่งให้แก่ผู้เสียหาย เป็นเรื่องนำมาคืนตามที่ผู้เสียหายกับพวกได้ขอร้องให้ทำ การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2266/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายบุญยืน แก้วนก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายบุญยืน แก้วนก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายรังสรรค์ ดวงพัตรา · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ชื่นเจริญสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา