⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2318-2319/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318-2319/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งชื่อบุคคลเข้าในทะเบียนบ้านคนต่างด้าวโดยเข้าใจผิด ไม่ทำให้บุคคลนั้นเสียสัญชาติเดิม และการที่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธการเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนบ้านคนต่างด้าว ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของบุคคลนั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แม้บิดามารดาของโจทก์จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งชื่อโจทก์เข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพก็ไม่ทำให้โจทก์ต้องสูญเสียสัญชาติไทยและกลายเป็นคนสัญชาติญวน ก่อนฟ้องโจทก์และมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าว เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.7 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นบุตรนางพรหม รินระทัย ผู้มีสัญชาติไทย บิดาซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ทั้งหกชื่อนายยือคนสัญชาติญวนโจทก์ทั้งหกเกิดในราชอาณาจักรไทยจึงมีสัญชาติ ไทย จำเลยทั้งสามได้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ทั้งหกว่าเป็นคนต่างด้าว ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ จำเลยทั้งสามให้การว่า การที่ปรากฏชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเพราะโจทก์ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าตนเองมีสัญชาติญวน จึงได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่เอาไว้ทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพประจำตัวโจทก์จำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกไม่มีอำนาจฟ้อง กับให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติไทยให้จำเลยร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเลขที่ ๒๑๐ ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งหกมีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากโจทก์ทั้งหกเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมายแล้ว แม้บิดามารดาของโจทก์จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งหกคนเข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ ก็ไม่ทำให้โจทก์ทั้งหกต้องสูญเสียสัญชาติไทยและกลายเป็นคนสัญชาติญวนไป นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ทั้งหกและมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าวเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยทั้งสามได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์ทั้งหกจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งหกไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งหกฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประเด็นข้ออื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318 - 2319/2530 นายบุญเรือง รินระทัย กับพวก โจทก์ นายสวาสดิ์ แจ่มใส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญเรือง รินระทัย กับพวก · จำเลย - นายสวาสดิ์ แจ่มใส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเกษม ควรเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา