คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไม่ชำระค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ถือเป็นการทิ้งฎีกา เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาหลังจากสิ้นกำหนดแล้วและไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ศาลจะไม่อนุญาต.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาของผู้ร้องในวันที่ผู้ร้องยื่นฎีกานั้นเอง ให้ผู้ร้องนำเงินค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์มาชำระให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่สั่งนั้นและในท้ายฎีกามีข้อความว่า ผู้ร้องรอฟังคำสั่งศาลอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วดังนี้ ต้องถือว่าผู้ร้องได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นในวันที่ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาของผู้ร้องเมื่อผู้ร้องไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน 7 วันตามคำสั่ง ต้องถือว่าผู้ร้องทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบกับมาตรา 153 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483
การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลานำค่าขึ้นศาลมาชำระเมื่อสิ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้แล้ว และไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัยนั้น ไม่มีเหตุที่ศาลจะอนุญาต.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๗ ผู้ร้องฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกันนั้นเองให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์มาชำระให้ครบถ้วนภายใน ๗ วัน ต่อมา วันที่ ๖ กันยายน ๒๕๒๗ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเลื่อนการนำค่าขึ้นศาลมาชำระมีกำหนด ๓๐ วัน
ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง และสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลภายใน ๗ วันนั้น ศาลชั้นต้นยังมิได้อ่านหรือแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ร้องทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ (๓) ถือว่าผู้ร้องยังไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าผู้ร้องได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ผู้ร้องนำเงินค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์มาชำระตั้งแต่เมื่อใด เรื่องนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งในฎีกาของผู้ร้องในวันที่ผู้ร้องยื่นฎีกานั้นเองว่า 'ให้ผู้ร้องนำค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์มาชำระให้ครบถ้วนภายใน ๗ วันนับแต่วันนี้แล้วจะพิจารณาสั่งฎีกาของผู้ร้อง หากไม่ชำระภายในกำหนดดังกล่าวถือว่าทิ้งฎีกา' และในท้ายฎีกาผู้ร้องมีข้อความชัดว่า ผู้ร้องรอฟังคำสั่งศาลอยู่ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ดังนี้ต้องถือว่าผู้ร้องได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวในวันที่ ๒๙สิงหาคม ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นวันที่ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาของผู้ร้องเมื่อผู้ร้องไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน ๗ วันซึ่งครบกำหนดในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๗ ตามคำสั่ง ต้องถือว่า ผู้ร้องทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบกับมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ การที่ผู้ร้องขอขยายระยะเวลานำค่าขึ้นศาลมาชำระมีกำหนด ๓๐ วันนั้น ก็เป็นการยื่นคำร้องเมื่อสิ้นระยะเวลาที่ศาลกำหนด และไม่ใช่กรณีเหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาต
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2530
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์
นายสิงหนาท อุสาโห ผู้ร้อง
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฯ ผู้คัดค้าน
บริษัทโรงพยาบาลมุสลิมไทย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ผู้ร้อง - นายสิงหนาท อุสาโห · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฯ · จำเลย - บริษัทโรงพยาบาลมุสลิมไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ · คำนึง อุไรรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจิระ บุญพจนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา