คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2381/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบบัญชีและรายได้ของโรงแรมเพื่อเก็บรักษาไว้ก่อนพิพากษาคดี ไม่ใช่คำขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (1)
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยร่วมกันชำระเงินค่ารับเหมาก่อสร้างค่าสินจ้างและค่าเสียหาย ต่อมาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดี โจทก์ยื่นคำร้องขอให้สั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบบัญชีผู้พักและรายได้โรงแรมของจำเลยที่ 1 และนำผลประโยชน์รายวันของโรงแรมมาเก็บรักษา โดยอ้างว่าจำเลยมีหนี้สินและเจ้าหนี้จำนวนมาก หากโจทก์ชนะคดีก็ยากจะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ได้ ดังนี้คำขอของโจทก์หาใช่ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลย หรือเงินหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 254 (1) ไม่ จึงไม่อาจยกเอาบทกฎหมายดังกล่าวมาปรับสั่งคดีโจทก์ตามที่โจทก์ร้องขอได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินค่ารับเหมาก่อสร้าง ค่าสินจ้าง และค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๑๕ ล้านบาทเศษ จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธความรับผิดขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเงินที่รับเกินไป จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธความรับผิดจำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การ
ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ มีหนี้สินและถูกเจ้าหนี้ฟ้องหลายคดี ทั้งจำเลยที่ ๑ มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพียงอย่างเดียว หากโจทก์ชนะคดีนี้ก็ยากที่จะบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แก่โจทก์ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบบัญชีผู้พักและรายได้อื่นของโรงแรมทิพย์ช้างของจำเลยที่ ๑ และให้หาผลประโยชน์รายวันของโรงแรมดังกล่าวมาเก็บรักษาในความดูแลของเจ้าพนักงานบังคับคดีจนกว่าได้เงินครบตามที่โจทก์ฟ้อง
ศาลชั้นต้นสั่งคำขอของโจทก์ว่า แม้จะไต่สวนและได้ความตามคำขอของโจทก์ก็ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเข้าไปทำการตามคำร้องได้ ให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าคำขอของโจทก์เป็นคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ (๑) นั้น เห็นว่า คำขอดังกล่าวเป็นกรณีที่ขอให้สั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบบัญชีผู้พักและรายได้โรงแรมของจำเลยที่ ๑ และนำผลประโยชน์รายวันของโรงแรมมาเก็บรักษา หาใช่ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยหรือเงิน หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งถึงกำหนดชำระแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๕๔ (๑) ไม่ ฉะนั้น จึงหาอาจยกเอามาตรา ๒๕๔ (๑) มาปรับสั่งแก่คดีโจทก์ตามที่โจทก์ร้องขอได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2381/2530
บริษัทเอกชน จำกัด โจทก์
บริษัททิพย์ช้าง จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเอกชน จำกัด · จำเลย - บริษัททิพย์ช้าง จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - ( อ่านไม่ออก ) · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา