⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2528/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อทรัพย์สินในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ โดยไม่มีการโอนทะเบียนให้ถูกต้อง เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อรับซื้อทรัพย์สินนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยซื้อรถจักรยานยนต์ราคา 10,000 กว่าบาท ด้วยราคาเพียง 5,000 บาท โดยไม่มีการโอนทะเบียนรถกันให้ถูกต้อง เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,357 และคืนรถจักรยานยนต์ให้โจทก์ร่วม จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายอดิเรก สายบุตร ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ำจเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 1 ปี คืนรถจักรยานยนต์แก่โจทก์ร่วม ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์ตามที่โจทก์ฎีกาว่า พยานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมาปัญหานี้โจทก์มีพยานคือโจทก์ร่วมและนายประสิทธิ์ ตะวันหะ เบิกความว่า เมื่อภาพยนต์เลิก ออกมาจากโรงภาพยนต์ก็ทราบว่ารถจักรยานยนต์หายไป ต่อมาโจทก์ร่วมก็ไปเห็นรถของตนที่บ้านจำเลย นายพาบิดาโจทก์ร่วมเบิกความว่า ไปขอรถคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้อ้างว่าซื้อมาจากอำเภอกระสัง ในราคา 5,000 บาท นายเคียม ทองนำซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเบิกความว่า จำเลยบอกว่ารับซื้อรถจักรยานยนต์ไว้ในราคา 5,000 บาทจากคนที่อำเภอกระสัง ทราบต่อมาว่าเป็นของโจทก์ร่วม จำเลยขอให้พยานไปบอกโจทก์ร่วมมาซื้อคืนไป พยานโจทก์ทั้ง 5 ปากที่กล่าวมาไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ทั้งเป็นลูกบ้านและผู้ช่วยของจำเลยเอง จึงน่าเชื่อว่าจำเลยได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ไว้ในราคา 5,000 บาท จริง ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า โจทก์ร่วมไปฝากไว้ เพราะไม่ต้องการให้บิดาโจทก์ร่วมเห็นเนื่องจากนายเสริมไปทำรถเสียหายนั้นไม่น่าเชื่อ เพราะนายเสริมพยานจำเลยกลับเบิกความว่า ได้ซ่อมรถดีแล้ว ไปมอบให้มารดาโจทก์รวมที่บ้านโจทก์ร่วมซึ่งเป็นบ้านบิดาโจทก์ร่วมนั่นเอง และเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจกับโจทก์ร่วมไปยึดรถมาจากบ้านจำเลยภรรยาจำเลยเองก็ไม่ทราบเรื่องที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ร่วมมาผฝากรถไว้ รถอยู่ที่บ้านจำเลยเป็นเวลาหลายวัน หากโจทก์ร่วมฝากไว้จริง ภรรยาจำเลยก็น่าจะรู้และยืนยันไปกับเจ้าพนักงานตำรวจว่าโจทก์ร่วมฝากไว้เองอนึ่งหากนายเสริมเป็นคนยืมรถโจทก์ร่วมไปแล้วทำรถเสียหายก็ไม่มีเหตุผลที่โจทก์ร่วมจะกล่าวหาจำเลย ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายปกครองเป็นคดีอาญา การที่จำเลยซื้อรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมซึ่งมีราคา 10,000 กว่าบาท ด้วยราคาเพียง 5,000 บาท โดยไม่มีการโอนทะเบียนรถกันให้ถูกต้อง เช่นนี้ จึงเชื่อได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ไว้จากคนร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยจึงมีความผิดฐานรับของโจรคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด สุรินทร์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย อดิเรก หรือ ดิเ รก สาย บุตร โจทก์ นาย แค ทอง นำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สุรินทร์ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย อดิเรก หรือ ดิเ รก สาย บุตร · จำเลย - นาย แค ทอง นำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ