⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3099/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3099/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อบุคคลภายนอกได้ แม้สิทธิเรียกร้องนั้นจะยังเป็นข้อพิพาทในคดีอื่นอยู่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องรับโอนสิทธิการเช่าที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์พร้อมอาคารมาจากจำเลยและภริยาจำเลย แต่ยังค้างชำระค่าโอนสิทธิการเช่าอยู่อีกจำนวนหนึ่ง หลังจากการโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวแล้ว ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยหย่ากับภริยา คดียังไม่ถึงที่สุด และภริยาจำเลยฟ้องผู้ร้องให้ชำระค่าโอนสิทธิการเช่าที่ยังคงค้างชำระอยู่นั้น ดังนั้น จำเลยจึงยังเป็นเจ้าของรวมในเงินค่าโอนสิทธิการเช่าที่ยังคงค้างชำระดังกล่าวอยู่ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องในค่าโอนสิทธิการเช่าของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 (3) ประกอบด้วย มาตรา 311 แม้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะยังพิพาทเป็นคดีกันอยู่ระหว่างผู้ร้องกับภริยาจำเลยก็ตาม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.310 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.311

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ภายใน ๕ วัน นับแต่วันทำสัญญายอมความ ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีอายัดเงินค่าโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคาร จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ที่ผู้ร้องจะต้องชำระให้จำเลยโดยให้ผู้ร้องนำมาวางศาลตามจำนวนในคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดอ้างว่าค่าโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารตามหมาย อายัดไม่ใช่ของจำเลย แต่เป็นของนางเกษร ภริยาจำเลยซึ่งมีเงื่อนไขข้อโต้แย้งอยู่กับผู้ร้องและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ไม่อยู่ในความรับผิด แห่งการบังคับคดี โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งเพิกถอนหมายอายัดดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าให้มีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยอันมีต่อผู้ร้อง โดยผู้ร้องจะต้องนำเงินมาวางศาลเมื่อมีหน้าที่จะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์และผู้ร้องแถลงรับกันว่า จำเลยเคยจดทะเบียนสมรสกับนางเกษร ต่อมาวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๒๓ จำเลยและนางเกษรร่วมกันทำหนังสือโอนสิทธิการเช่าที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีตึก ๑ คูหา ๓ ชั้นเลขที่ ๕๙/๒๘ ปลูกอยู่ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนโดยผู้รับโอนโดยผู้รับโอนจะต้องจ่ายเงินให้จำเลยและนางเกษรเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ต่อมาผู้ร้องก็ทำสัญญาเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้นางเกษรจดทะเบียนหย่ากับจำเลยและแบ่งสิทธิการเช่าที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์พร้อมตึกแถวเลขที่ ๕๙/๒๙ และสิทธิการเช่าบ้านเลขที่ ๕๙ ให้จำเลยครึ่งหนึ่ง แต่คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และนางเกษรได้เป็นโจทก์ฟ้องผู้ร้องฐานผิดสัญญารับโอนสิทธิการเช่า โดยขอให้บังคับผู้ร้องให้ชำระเงิน ๔๑๓,๗๕๐ บาท ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิขอให้ออกหมายอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยอันมีต่อผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้จากฎีกาของผู้ร้องเองว่าผู้ร้องยังค้างชำระเงินค่าโอนสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารให้จำเลยและนางเกษรภริยาจำเลยเป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท และข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ด้วยว่าคดีฟ้องหย่าระหว่างจำเลยและภริยายังไม่ถึงที่สุด ดังนั้นจำเลยจึงยังเป็นเจ้าของร่วมในเงินจำนวนดังกล่าวอยู่ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิเข้าจัดการกับสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้ร้องดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๐ (๓) ประกอบด้วยมาตรา ๓๑๑ โดยวิธีขอให้ศาลออกคำสั่งอายัดไว้ และตามมาตรา ๓๑๑ วรรคสองก็บัญญัติว่าคำสั่งอายัดนั้น อาจออกให้ได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไข หรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่ ดังนั้น แม้สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะยังพิพาทกันเป็นคดีอยู่ ศาลก็มีอำนาจอายัดได้ที่ผู้ร้องฎีกาว่านางเกษรเจ้าของร่วมกับจำเลยได้ใช้สิทธิเรียกร้องเงินที่ค้างจากผู้ร้องโดยการฟ้องคดีแล้ว โจทก์หมดสิทธิจะอายัดจึงฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ร้องนำเงินมาวางศาลเมื่อมีหน้าที่จะต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาเพราะหนี้ของบุคคลภายนอกคือผู้ร้องได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนแล้ว คือจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท หมายอายัดของศาลชั้นต้นชอบแล้วไม่มีเหตุจะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3099/2530 นายนิยม ภักตะวีระกุล โจทก์ นางอัมพวัน เลิศศลารักษ์ ผู้ร้อง นายประสิทธิ์ แก้วมณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนิยม ภักตะวีระกุล · ผู้ร้อง - นางอัมพวัน เลิศศลารักษ์ · จำเลย - นายประสิทธิ์ แก้วมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายคงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1773/2536ฎีกา 621/2514ฎีกา 4306/2528ฎีกา 959/2537ฎีกา 1590/2503ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3149/2532ฎีกา 3729/2552ฎีกา 3283/2549ฎีกา 6402/2540ฎีกา 5478/2534ฎีกา 1282/2482ฎีกา 2401/2525ฎีกา 6083/2553ฎีกา 620/2514ฎีกา 2944/2536ฎีกา 1673-1674/2545ฎีกา 1602/2542ฎีกา 419/2494ฎีกา 6392/2551ฎีกา 1255/2514ฎีกา 951/2515ฎีกา 3379/2549ฎีกา 4701/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา