คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิเรียกร้องโดยบอกกล่าวไปยังลูกหนี้และได้รับความยินยอมแล้ว ทำให้สิทธิเรียกร้องนั้นตกเป็นของผู้รับโอนทันที แม้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระ และเจ้าหนี้เดิมจะไม่มีสิทธิขอให้ศาลอายัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับโอนจะรู้ถึงข้อเท็จจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบขณะรับโอน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยในเงินค่าจ้างเหมาก่อสร้างอาคารให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ โดยบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องนั้น และได้รับความยินยอมแล้ว สิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างเหมาจึงตกเป็นของผู้ร้องและขาดจากการเป็นสิทธิหรือทรัพย์สินของจำเลย แม้ว่าขณะโอนสิทธิเรียกร้องจะยังไม่ถึงกำหนดงวดที่จำเลยจะได้รับเงินตามสัญญาจ้างเหมาก็ตาม และเมื่อไม่ปรากฏว่าในขณะโอนผู้ร้องได้รู้ถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้อื่นรวมทั้งโจทก์ต้องเสียเปรียบ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลอายัดเงินจำนวนนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน ๑๓๕,๐๙๔ บาท ๑๖ สตางค์ และต่อมาได้ขอให้ศาลสั่งอายัดเงินค่าจ้างเหมาสร้างศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นไว้ก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งอายัดตามขอ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอายัดเสีย โดยอ้างว่าจำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องในเงินจำนวนนี้ให้ผู้ร้องไว้โดยชอบก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอายัด
โจทก์คัดค้านว่า การโอนสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ชอบ เพราะเป็นการโอนเพื่อหลบเจ้าหนี้และสิทธิเรียกร้องนั้นก็เป็นสิทธิที่มีเงื่อนไขเงื่อนเวลา
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าสิทธิเรียกร้องนั้นได้ถูกโอนไปโดยชอบแล้วจึงสั่งถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลย
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพาษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยในเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างเหมา เพื่อเป็นการชำระหนี้ที่จำเลยเป็นลูกนี้ผู้ร้องอยู่ ได้บอกกล่าวว่าการโอนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและกรมโยธาเทศบาลคู่สัญญากับจำเลยทราบ และได้รับความยินยอมด้วยในการโอนนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๓ สิทธิเรียกร้องย่อมโอนกันได้ ทั้งจำเลยได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๐๖ ครบถ้วนแล้วและได้โอนสิทธิเรียกร้องนั้นไปก่อนวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม สิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างเหมาได้ตกเป็นของผู้ร้องและขาดจากการเป็นสิทธิหรือทรัพย์สินของจำเลยแล้ว แม้ว่าขณะโอนสิทธินั้นจะยังไม่ถึงกำหนดงวดที่จำเลยจะได้รับเงินตามสัญญาจ้างเหมา จำเลยก็โอนสิทธิดังกล่าวให้ผู้ร้องได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าในในขณะโอนผู้ร้องได้รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้อื่นรวมทั้งโจทก์ต้องเสียเปรียบ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลอายัดเงินจำนวนนี้ได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2508
นายนิกร พรพานิช โจทก์
บริษัทปทุมวันวิษณุ จำกัด จำเลย
บริษัทธนาคารศรีนคร จำกัด ผ.ร.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนิกร พรพานิช · จำเลย - บริษัทปทุมวันวิษณุ จำกัด · ผ.ร. - บริษัทธนาคารศรีนคร จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยง เหลืองรังษี · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุปัน พูนพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุณยอาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา