⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3585/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ยกกรรมสิทธิ์ในบ้านให้แก่ผู้ร้อง แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนโอน ก็มีผลผูกพันคู่สัญญา และบ้านพิพาทไม่ถือเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่จะถูกบังคับคดีได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกบ้านในที่ดินซึ่งผู้ร้องเช่ามาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เมื่อปี พ.ศ. 2512 โดยมีข้อสัญญาว่า เมื่อครบกำหนด 13 ปี จำเลยจะโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้อง ต่อมาก่อนครบกำหนดผู้ร้องและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันยกกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2525 ข้อตกลงนี้ แม้ยังไม่จดทะเบียนโอนก็ไม่ทำให้บ้านพิพาทยังเป็นของจำเลยอยู่ เพราะที่ดินเป็นสิทธิของผู้ร้องตามสัญญาเช่า ดังนั้น โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยอีกคดีหนึ่ง จะนำยึดบ้านพิพาทเพื่อบังคับคดีหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญารับสภาพหนี้ ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับโจทก์นำยึดบ้านพิพาทอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องความว่า บ้านที่โจทก์นำยึดเป็นบ้านของจำเลยปลูกสร้างในที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งผู้ร้องมีสิทธิการเช่าอยู่ จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกกรรมสิทธิ์ในบ้านนั้นให้ผู้ร้อง ศาลพิพากษาให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ได้ถึงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๒๘ โจทก์ยึดบ้านพิพาทเพื่อช่วยเหลือจำเลยและประวิงการบังคับคดีของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่าผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทแต่เป็นของจำเลย สัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยยกกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้ผู้ร้องเป็นกลฉ้อฉลระหว่างจำเลยกับผู้ร้องและมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ไม่อาจใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นบุคคลภายนอกได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ปล่อยบ้านพิพาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ฎีกาว่าขณะที่โจทก์นำยึดบ้านพิพาทยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอยู่เพราะยังมิได้โอนให้โจทก์นั้นเห็นว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๗ ข้อ ๓ (เอกสารหมาย ร.๕) นั้นจำเลยยอมยกกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้แก่ผู้ร้องตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๕ แล้วหลักฐานทางราชการเช่นหนังสืออนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารเลขหมายประจำบ้านก็ออกให้ในชื่อผู้ร้อง เมื่อจำเลยยอมยกกรรมสิทธิ์ให้ผู้ร้องแม้ไม่จดทะเบียนโอนก็ไม่ทำให้ทรัพย์นั้นยังเป็นของจำเลยอยู่เพราะที่ดินเป็นสิทธิของผู้ร้องตามสัญญาเช่าและหลักฐานต่าง ๆ เป็นชื่อของผู้ร้องอยู่แล้ว แม้จะฟังว่าโจทก์ไม่รู้ถึงสัญญาระหว่างผู้ร้องกับจำเลยตามเอกสารหมาย ร.๕ และจำเลยอ้างว่ายังเป็นเจ้าของบ้านพิพาทอยู่ก็ไม่มีผลดีต่อโจทก์แต่อย่างไรเพราะเมื่อโจทก์นำยึดนั้นทรัพย์พิพาทมิได้เป็นของจำเลยแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2530 นายวิจิตร อร่ามกุล โจทก์ นางเฉลา จันทรสงคราม ผู้ร้อง นางกนกพร สุวรรณาวิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิจิตร อร่ามกุล · ผู้ร้อง - นางเฉลา จันทรสงคราม · จำเลย - นางกนกพร สุวรรณาวิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเพ็ง เพ็งนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 249/2503ฎีกา 960/2485ฎีกา 365-370/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา