⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 365/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดฐานบุกรุก หากที่ดินนั้นเป็นทางสาธารณะ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ การที่จะฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้นจะต้องได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่ดินของโจทก์ จำเลยจึงจะมีความผิดฐานบุกรุก หากที่พิพาทเป็นทางสาธารณะการกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก การที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ เป็นการวินิจฉัยตามข้อหาและคำขอท้ายฟ้องโจทก์ มิได้เกินคำขอ กรณีไม่เป็นการฝ่าฝืน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ดังนั้นอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาเกินคำขอ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางที่ประชาชนใช้ร่วมกันเกิน 10 ปี เป็นทางสาธารณะเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34 ซึ่งห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้วัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นของวัดและที่ธรณีสงฆ์นั้น เท่ากับโจทก์อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงว่าทางพิพาทมิใช่ทางสาธารณะแต่เป็นที่ดินของโจทก์ แม้โจทก์จะอ้างข้อกฎหมายขึ้นปรับกับข้อเท็จจริงที่โต้เถียงดังกล่าว ก็ยังคงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 22

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.363 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดคนได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันรื้อถอนเสาหลักเขต ประตูซุ้มและรั้วไม้ เป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินโจทก์โดยปกติสุข เป็นการทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๕๘, ๘๓ และ ๙๐ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้อง จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗และที่ ๘ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๘๓ ปรับคนละ ๕๐๐ บาท ข้อหาอื่นให้ยกและยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ ๒ วรรค ๑ และวรรค ๒ นอกนั้นไม่รับเพราะเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าอุทธรณ์โจทก์ตามข้อ ๒ ทั้งวรรค ๑ และวรรค ๒ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีจึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ตามข้อ ๒ วรรค ๑ ว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์เท่านั้นแต่ศาลได้พิจารณาว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ จึงเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ เห็นว่า การที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น จะต้องได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่ดินของโจทก์ จำเลยจึงจะมีความผิดฐานบุกรุก หากที่พิพาทเป็นทางสาธารณะการกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ จึงเป็นการวินิจฉัยตามข้อหาตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ มิได้เป็นการเกินคำขอแต่ประการใดกรณีจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ อุทธรณ์โจทก์ข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยสำหรับอุทธรณ์โจทก์ตามข้อ ๒ วรรค ๒ ที่ว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินของโจทก์เป็นทางที่ประชาชนใช้ร่วมกันติดต่อมาเกิน ๑๐ ปี เป็นทางสาธารณะ ขัดกับพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๓๔ ซึ่งห้ามมิให้บุคคลใดยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ นั้น จึงเท่ากับโจทก์โต้เถียงข้อเท็จจริงว่าทางพิพาทมิใช่เป็นทางสาะารณะแต่เป็นที่ดินของโจทก์ แม้โจทก์จะอ้างข้อกฎหมายขึ้นปรับกับข้อเท็จจริงที่โต้เถียงดังกล่าวแล้วนั้น ก็ยังคงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงอยู่นั่นเอง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา ๒๒ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์และพิพากษาให้ยกอุทธรณ์โจทก์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2530 วัดโบสถ์วิทยาคาร โจทก์ นายหร่าย ศรีเหรา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดโบสถ์วิทยาคาร · จำเลย - นายหร่าย ศรีเหรา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สุทิน นนทแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุพรรณบุรี - นายพิธี อุปปาติก · ศาลอุทธรณ์ - นายวิน จันทร์เจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2302/2535ฎีกา 3616/2558ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5332/2553ฎีกา 20/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา