⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4093/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4093/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเดียวกัน และเหตุนั้นอยู่ในลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ถอนอุทธรณ์ไปด้วย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 แล้ว ส่วนโจทก์มิได้อุทธรณ์ แม้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะจำเลยที่ 1 ผู้ถอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202 ก็ตาม แต่ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานเดียวกัน ถ้าศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลยที่ 2 และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ยังมีอำนาจพิจารณาพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วยตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213บัญญัติให้อำนาจไว้ คำว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 202 หมายความเพียงว่าจำเลยที่ถอนอุทธรณ์แล้วจะยื่นอุทธรณ์อีกไม่ได้ หาได้ห้ามศาลอุทธรณ์ใช้อำนาจตามมาตรา 213 ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๒๐ ปี ข้อหาอื่นให้ยก รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ ทำความเห็นแย้งว่าพยานโจทก์ไม่เพียงพอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามฟ้อง และเห็นสมควรให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ถอนอุทธรณ์ได้ให้จำหน่ายคดีเฉพาะตัวของจำเลยที่ ๑ และให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้ด้วย ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ไม่อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะจำเลยที่ ๑ ผู้ถอนย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๒ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่า ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากจำเลยผู้หนึ่งอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาซึ่งให้ลงโทษจำเลยหลายคนในความผิดฐานเดียวกัน ถ้าศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลย และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วยตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ บัญญัติให้อำนาจไว้ คำว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอน หมายความเพียงว่า จำเลยที่ถอนอุทธรณ์แล้ว จะยื่นอุทธรณ์อีกไม่ได้ หาได้ห้ามศาลอุทธรณ์ใช้อำนาจตามมาตรา ๒๑๓ ไม่ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4093/2530 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสำเริง หรือบุญมา หรือมา ขันการไร่ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายสำเริง หรือบุญมา หรือมา ขันการไร่ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวิทยา วีระประจักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 927/2490ฎีกา 2081/2531ฎีกา 1327/2568ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 7665/2543ฎีกา 2700/2565ฎีกา 4807/2529ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 15717/2553ฎีกา 589/2483ฎีกา 6355/2544ฎีกา 2898/2530ฎีกา 259/2496ฎีกา 726/2487ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1668/2522ฎีกา 98/2545ฎีกา 1436/2498ฎีกา 463/2566ฎีกา 4505/2531ฎีกา 594/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา