⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4359/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4359/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลภายนอกหลงเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลใดเป็นตัวแทนของนิติบุคคลเพราะการกระทำของนิติบุคคลนั้น นิติบุคคลนั้นต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกในการกระทำของบุคคลนั้นเสมือนเป็นตัวแทนที่แท้จริง

ย่อคำพิพากษา

การที่ ช. ซึ่งเคยเป็นกรรมการบริษัทจำเลยและปัจจุบันยังคงเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งซึ่งเข้าประชุมผู้ถือหุ้นตลอดมา ได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์โดยแสดงนามบัตรว่าทำงานกับจำเลย เมื่อโจทก์จัดส่งสินค้าแก่จำเลย จำเลยมิได้ปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้า หรือจัดส่งสินค้าคืนโจทก์ในเวลาอันควร ทั้งผู้จัดการจำเลยก็รับรู้ตลอดว่า ช. สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์แต่มิได้ทักท้วงพฤติการณ์เท่ากับจำเลยได้ยอมรับรู้ให้ ช. เชิดตัวเองเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อว่า ช. เป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยจึงต้องผูกพันรับผิดต่อโจทก์ในการกระทำของ ช..

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระราคาสินค้าที่จำเลยซื้อจากโจทก์และค่าขนส่งสินค้าดังกล่าวซึ่งมีการวางมัดจำไว้เพียงบางส่วนและยังคงค้างชำระอยู่เป็นงิน ๔๒,๖๒๔ บาท และดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ๗,๙๙๒ บาท รวมเป็นเงิน ๕๐,๖๑๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๒๕ ต่อเดือนจากต้นเงิน ๔๒,๖๒๔ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่า ไม่เคยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์และไม่เคยชำระเงินมัดจำให้โจทก์ ความจริงโจทก์ขายสินค้าดังกล่าวให้นายชาญชัย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๕๐,๖๑๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๒๕ ต่อเดือนจากต้นเงิน ๔๒,๖๒๔ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าได้ความจากนายสันติพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของโจทก์ว่า เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๔ นายชาญชัย ไปติดต่อซื้อสินค้ากับพยานโดยแสดงนามบัตรว่าทำงานกับจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๑๖ เนื่องจากไม่มีสินค้าในตอนนั้น นายชาญชัยจึงทำสัญญาซื้อสินค้ากับโจทก์พร้อมกับวางเงินมัดจำจำนวน ๑๐,๖๕๖ บาท ไว้ตามเอกสารหมาย จ.๑๗ และ จ.๑๑ หลังจากนั้นประมาณ ๒ เดือน เมื่อสินค้าตามสั่งมาจากต่างประเทศ จึงได้จัดส่งสินค้าให้จำเลยซึ่งนายกิตติผู้จัดการสาขาบริษัทสากลทรานสปอร์ทเคชั่น จำกัด ได้รับขนสินค้าโจทก์ส่งแก่จำเลยตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคา ๒๕๒๕ ตามเอกสารหมาย ป.จ. ๑ แล้วนั้น เห็นว่า หากจำเลยมิได้รู้เห็นการสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ อย่างน้อยเมื่อจำเลยได้รับสินค้าจากโจทก์ก็ควรแจ้งหรือจัดส่งสินค้าคืนโจทก์ในเวลาอันสมควร มิใช่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเป็นเวลานานกว่าปี ต่อเมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑๒ จำเลยจึงเพิ่งจะตอบปฏิเสธ ถึงกระนั้นนายอานนท์ผู้จัดการจำเลยก็รับรู้ตลอดว่า นายชาญชัยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์และมิได้ทักท้วง พิเคราะห์กรณีที่นายชาญชัยเคยเป็นกรรมการจำเลย และปัจจุบันก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของจำเลย กับได้เข้าประขุมผู้ถือหุ้นจำเลยตลอดมา ประกอบกับจำเลยมิได้ปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้าโจทก์เป็นเวลานานกว่าปี จึงมีพฤติการณ์เท่ากับว่าจำเลยได้รับรู้ยอมให้นายชาญชัยเชิดตัวเองเพื่อให้โจทก์หลงเชื่อว่านายชาญชัยเป็นตัวแทนของจำเลยกระทำของนายชาญชัยดังกล่าว จำเลยจึงต้องผูกพันรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4359/2530 บริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด โจทก์ บริษัทเชียงใหม่ โชตนา จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด · จำเลย - บริษัทเชียงใหม่ โชตนา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพีรพล พิชยวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมีพาศน์ โปตระนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2694/2535ฎีกา 224/2530ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 824/2545ฎีกา 390/2536ฎีกา 7122/2545ฎีกา 6567/2544ฎีกา 3489/2536ฎีกา 795/2545ฎีกา 597/2534ฎีกา 2763/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 1117/2527ฎีกา 258/2530ฎีกา 1384/2518ฎีกา 912/2490ฎีกา 2131/2537ฎีกา 6542/2552ฎีกา 442/2496ฎีกา 4879/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา