⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4367/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4367/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างหยุดงานไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง ถือเป็นการละทิ้งการงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขอลาหยุดงาน 3 วัน จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างไม่อนุญาตโจทก์จึงหยุดงานไป 4 วัน เพื่อเดิน ทางไปจัดเตรียมงานสมรสของบุตรที่ต่างจังหวัดตามประเพณีของท้องถิ่น ดังนี้ เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยมีเหตุอันสมควร กรณีต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวจึงต้องจ่ายค่าชดเชย การละทิ้งการงานของลูกจ้างอันเป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้านั้น ไม่จำต้องมีเหตุอันสมควรหรือไม่เมื่อโจทก์ขอลาหยุด แต่จำเลยไม่อนุญาต การที่โจทก์หยุดงานไปจึงเป็นการลาที่ไม่ชอบ ทั้งเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ถือได้ว่าเป็นการละทิ้งการงานตามป.พ.พ. มาตรา 583 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.579 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่รวม 4 วัน อันเป็นการกระทำผิดตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยข้อ 8 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาแรกมีว่า การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 4 วันทำงานติดต่อกัน โดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่าการจัดงานสมรสตามประเพณีท้องถิ่นไม่ใช่เหตุอันสมควรเพียงพอ เนื่องจากโจทก์หยุดงานถึง 4 วันซึ่งเกินความจำเป็นจึงถือได้ว่าโจทก์กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ขอลาหยุดงานต่อจำเลยตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม2530 จำเลยไม่อนุญาต แต่โจทก์ก็ได้หยุดงานไปตามวันดังกล่าว ต่อมาในวันที่ 1 สิงหาคม 2530 โจทก์โทรศัพท์มาขอลาต่ออีก 1 วัน การหยุดงานของโจทก์เพื่อไปจัดงานสมรสบุตรสาวของโจทก์ ซึ่งต้องมีการเตรียมงานตามประเพณีของท้องถิ่น ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 กำหนดว่า "นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ ฯลฯ (4) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ฯลฯ" ดังนี้ การที่ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน หากไม่มีกรณีที่มีเหตุอันสมควรแล้ว นายจ้างย่อมมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ สำหรับกรณีของโจทก์ได้ความว่า โจทก์มีความจำเป็นต้องไปจัดและเตรียมงานสมรสนางสาววาสนา สุภาพ บุตรของโจทก์ กับสิบตำรวจตรีดิเรก เพิ่มเติมที่บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ 4 ซอยสวนสมเด็จ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ห่างไกลจากบริษัทจำเลยอันเป็นที่ทำงานของโจทก์ การหยุดงานของโจทก์เป็นความจำเป็นที่จะเตรียมงานสมรสดังกล่าว ดังนี้ การหยุดงานหรือการละทิ้งหน้าที่ของโจทก์จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยมีเหตุอันสมควร กรณีจึงต้องด้วยข้อยกเว้นตามข้อ 47(4) ของประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลยให้หยุดงานและได้ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเกินสามวันโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 บัญญัติว่า "ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประกาศอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกได้มิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้" เห็นได้ว่า การละทิ้งการงานของลูกจ้างอันเป็นเหตุที่นายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้านั้น มิได้มีข้อจำกัดว่าต้องมีเหตุอันสมควรหรือไม่ และข้อเท็จจริงเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า การที่โจทก์ยื่นหนังสือขอลาหยุดและจำเลยไม่อนุญาตให้โจทก์ลาหยุดได้ การที่โจทก์หยุดงานไปจึงเป็นการลาที่ไม่ชอบ (ซึ่งหมายถึงการลาที่ขัดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ข้อ 5.3 เอกสารหมายเลข 2 ท้ายคำให้การ) ดังนั้นการหยุดงานของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยถือได้ว่าเป็นการละทิ้งการงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา583 จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยได้ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่างล่วงหน้าให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4367/2530 นาย ทรง สุภาพ โจทก์ บริษัท ชนาธิ ผล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ทรง สุภาพ · จำเลย - บริษัท ชนาธิ ผล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 3704/2529ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 6783/2548ฎีกา 1027/2527ฎีกา 897/2547ฎีกา 3049/2540ฎีกา 3431/2542ฎีกา 3539/2536ฎีกา 7420/2537ฎีกา 13894/2555ฎีกา 2799/2526ฎีกา 1352/2542ฎีกา 6791/2544ฎีกา 2364/2533ฎีกา 4042/2542ฎีกา 1254/2546ฎีกา 3365/2533ฎีกา 6075/2549ฎีกา 3880/2531ฎีกา 295/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ