⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4542-4544/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4542-4544/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กรมสรรพากรมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในชั้นบังคับคดีได้ แม้ทรัพย์สินจะถูกยึดไว้เพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลแรงงานก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ศาลแรงงานยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อจำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรอันเป็นภาษีอากรค้าง กรมสรรพากรจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลแรงงานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ซึ่งเป็นบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะในชั้นบังคับคดี กรณีไม่อาจถือว่าเป็นคดีพิพาทอันเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติจักตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ที่จะต้องให้กรมสรรพากรไปดำเนินคดีที่ศาลภาษีอากรก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยบังคับคดีตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ ระหว่างประกาศขายทอดตลาดกรมสรรพากร ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นหนี้ที่จะต้องชำระค่าภาษีอากร เงินเพิ่มและดอกเบี้ยปรับตามจำนวนในคำร้องให้แก่ผู้ร้อง จึงขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินจากการขายทอดคลาดทรัพย์ดังกล่าว จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่เคยติดค้างค่าภาษีอากร ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนีค่าภาษีอากรโดยชัดแจ้งตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงให้คู่กรณีไปว่ากล่าวกันให้เสร็จสิ้นที่ศาลภาษีอากรซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปโดยให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีที่ศาลภาษีอากรจะถึงที่สุด ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัยพ์จากการขายทอดตลาดซึ่งเป็นเรื่องชั้นบังคับคดีและเป็นจำนวนหนี้ที่ผู้ร้องได้ประเมินตามประมวลรัษฎากรโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินของผู้ร้อง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๑, ๘๗ (๓) ประกอบกับมาตรา ๘๘ แห่งประมวลรัษฎากร จำเลยไม่อาจโต้แย้งจำนวนภาษีค้างได้อีกจึงมิใช่กรณีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิเรียกร้องของรัฐซึ่งจะต้องดำเนินการในศาลภาษีอากรตามคำสั่งของศาลแรงงานกลาง และจำเลยได้ร้องคัดค้านว่าจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ผู้ร้องตามที่ยื่นขอเฉลี่ยเพราะจำเลยได้จ่ายเงินค่าภาษีให้แก่ผู้ร้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยรับว่าจำเลยเป็นหนี้ภาษีตามคำร้องของผู้ร้อง แต่จำเลยอ้างข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ว่าได้ชำระครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บจากจำเลยเพิ่มได้อีก พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรมสรรพากรผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ โดยอ้างว่า จำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรซึ่งถือได้ว่าเป็นภาษีอากรค้างตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒ และในกรณีเช่นนี้โดยปกติอธิบดีกรมสรรพากรย่อมมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักรโดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่งและในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีกรมสรรพากรในเขตท้องที่จังหวัดหรืออำเภอนั้น อำนาจตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจที่อธิบดีกรมสรรพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอสามารถดำเนินการไปได้โดยไม่ต้องขออำนาจจากศาล กรณีตามคดีนี้ ศาลแรงงานกลางได้ยึดทรัพย์สินของจำเลยไว้เพื่อบังคับตามคำพิพากษาแล้วและกรมสรรพากรผู้ร้องอ้างว่าจำเลยค้างชำระค่าภาษีอากรอันเป็นอากรค้างกรมสรรพากรผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลแรงงานกลางซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ ซึ่งเป็นบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะในชั้นบังคับคดี กรณีไม่อาจถือได้ว่าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่จะต้องให้กรมสรรพากรผู้ร้องไปดำเนินคดีที่ศาลภาษีอากรก่อนตามความเห็นของศาลแรงงานกลาง และชอบที่ศาลแรงงานกลางจัดต้องทำการไต่สวนคำร้องของกรมสรรพากรผู้ร้องต่อไป อุทธรณ์ของกรมสรรพากรผู้ร้องฟังขั้น พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางทำการไต่สวนคำร้องของกรมสรรพากรผู้ร้องและของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4542 - 4544/2530 นางสมศรี สังข์แสง กับพวก โจทก์ บริษัท ทรัสท์คอนกรีตอัดแรง จำกัด จำเลย กรมสรรพากร ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมศรี สังข์แสง กับพวก · จำเลย - บริษัท ทรัสท์คอนกรีตอัดแรง จำกัด · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4290/2550ฎีกา 4703/2550ฎีกา 2437/2525ฎีกา 1411/2513ฎีกา 1145/2494ฎีกา 2894/2532ฎีกา 609/2526ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 1941/2536ฎีกา 3711/2534ฎีกา 3056/2535ฎีกา 3407/2551ฎีกา 3555/2528ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 2093/2532ฎีกา 7051/2540ฎีกา 843/2527ฎีกา 1371/2536ฎีกา 1065/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา