คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4775/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีมีข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีก่อนจนมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ถือเป็นการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว หากอุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้แย้งประเด็นดังกล่าวโดยชัดแจ้ง ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์อ้างส่งสำเนาคำพิพากษาฎีกาในคดีก่อนต่อศาลและยังแถลงรับอีกว่าคำพิพากษาดังกล่าวนั้นถูกต้อง การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเรื่องที่โจทก์เคยฟ้องจำเลยมาแล้วจึงมิใช่ข้อเท็จจริงนอกสำนวน ทั้งการที่ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์แถลงรับดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีนี้และคดีก่อนมีข้อเท็จจริงเดียวกันสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) พิพากษายกฟ้อง เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์มิได้อ้างอิงว่าฟ้องโจทก์คดีนี้กับคดีก่อนเป็นคนละประเด็นกันอย่างไรบ้าง จึงเป็นอุทธรณ์ที่มิได้กล่าวโดยชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะยกอุทธรณ์ของโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖, ๑๔๘, ๑๕๗, ๓๓๗, ๓๔๑, ๓๔๔, ๓๔๗, ๓๕๓
ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันนัดโจทก์แถลงรับว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองและศาลฎีกามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วตามสำเนาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๙๐/๒๕๒๓ ที่โจทก์ส่งศาล ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้และคดีก่อนมีข้อเท็จจริงเดียวกัน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมาลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์มิได้กล่าวโดยชัดแจ้งในข้อกฎหมายที่อ้างอิงว่าฟ้องของโจทก์คดีนี้กับคดีก่อนเป็นคนละประเด็นอย่างไรบ้างเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไปตามคำแถลงรับของโจทก์โดยที่ยังไม่ได้ไต่สวนมูลฟ้อง เป็นการพิพากษาโดยอาศัยข้อเท็จจริงนอกสำนวน เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าโจทก์ได้อ้างส่งสำเนาภาพถ่ายคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๐/๒๕๒๓ ไว้ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๙ และโจทก์ยังแถลงรับอีกว่าคำพิพากษาดังกล่าวนั้นถูกต้องแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเรื่องที่โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองมาแล้วจึงมิใช่ข้อเท็จจริงนอกสำเนวน ทั้งการที่ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์แถลงรับดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนมูลฟ้องแล้วและเห็นว่าอุทธรณ์โจทก์มิได้อ้างอิงว่าฟ้องโจทก์คดีนี้กับคดีก่อนเป็นคนละประเด็นอย่างไรบ้าง เป็นอุทธรณ์ที่มิได้กล่าวโดยชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอนแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4775/2530
นายเซ็งฮั้ว แซ่โง้ว หรือเส่งฮั้ว รักษ์สุธี โจทก์
นายประจวบ สรวิสูตร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเซ็งฮั้ว แซ่โง้ว หรือเส่งฮั้ว รักษ์สุธี · จำเลย - นายประจวบ สรวิสูตร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพ็ง เพ็งนิติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา