คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5595/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะสั่งริบของกลางได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ขอให้ศาลสั่งริบของกลางนั้นมาในฟ้องด้วย
ย่อคำพิพากษา
แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีและพาอาวุธปืนไม่มีทะเบียนกับกระสุนปืนของกลางโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เมื่อโจทก์มิได้ขอให้ศาลสั่งริบของกลางดังกล่าวมาในฟ้อง ศาลย่อมริบของกลางนั้นไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีทะเบียน ๑ กระบอก พร้อมกระสุนปืน และพาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปตามทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล้นปลาทูสดของผู้เสียหายโดยใช้อาวุธปืนขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะยิงผู้เสียหายและผู้อื่นในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้ความสะดวกแก่การพาทรัพย์ไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมปลาทูสดของผู้เสียหาย และยึดอาวุธปืนและกระสุนปืนที่จำเลยกับพวกมีและใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ.๗๒, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ พ.ศ. ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ ความผิดฐานปล้นทรัพย์ จำคุกคนละ ๑๘ ปี ความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๑ ปี ฐานพาไปในเมืองและหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๑ ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวมจำคุกคนละ ๒๐ ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๑๕ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ,๗๒, ๗๒ ทวิ ที่แก้ไขแล้ว ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืน ให้จำคุก ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๔ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดเพียงฐานลักทรัพย์เฉพาะจำเลยที่ ๑ ต้องระวางโทษหนักขึ้นกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ ทวิ เพราะมีอาวุธปืนในการลักทรัพย์ และวินิจฉัยว่าที่โจทก์ฎีกาขอให้ริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางนั้น โจทก์มิได้ขอให้ศาลสั่งริบของกลางดังกล่าวมาในฟ้อง ศาลจึงริบของกลางไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสาม ที่แก้ไขแล้วประกอบด้วยมาตรา ๓๓๖ ทวิ ให้จำคุก ๓ ปีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคหนึ่ง, ๗๒ ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว เมื่อรวมโทษและลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วคงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี ๙ เดือน จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสาม ที่แก้ไขแล้ว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5595/2530
พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์
นายแวหะมะ หะมะ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายแวหะมะ หะมะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปัตตานี - นายวิจิตร วิสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล สระฎัน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา