⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 611/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นถึงการวางแผนการเพื่อไม่ชำระเงินค่าน้ำมันและรีบหลบหนี ถือเป็นอุบายในการลักทรัพย์โดยมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์เข้าไปสั่งให้เติมน้ำมันรถยนต์ที่ปั๊มน้ำมันของผู้เสียหาย เมื่อคนเติมน้ำมันเติมน้ำมันเกือบจะเต็มถังจำเลยพูดว่าไม่มีเงินเดี๋ยวจะเอามาให้ คนเติมน้ำมันบอกว่าต้องไปบอกผู้เสียหายก่อน แต่จำเลยได้ขับรถออกไปทันที ขณะเติมน้ำมันจำเลยไม่ได้ดับเครื่องยนต์รถและฝาปิดถังน้ำมันก็ไม่มีโดยใช้ผ้าอุดไว้แทนแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้วางแผนการไว้เพื่อจะไม่ชำระเงินค่าน้ำมันเมื่อได้น้ำมันมาแล้ว โดยจะรีบหนีไปอันเป็นอุบายอย่างหนึ่งในการที่จะทำให้ลักทรัพย์สำเร็จ พฤิตการณ์แสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้นที่จะลักเอาน้ำมันของผู้เสียหาย.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักน้ำมันเบนซินธรรมดาจำนวน 22.8 ลิตรของนายวัชรินทร์ เนื่องจำนงค์ผู้เสียหายโดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์ไปขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 336 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องลงโทษจำคุก 1ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้ไปเติมน้ำมันใส่ถังในรถยนต์ซึ่งจำเลยขับจากปั๊มของผู้เสียหายโดยจำเลยมิได้ชำระเงินค่าน้ำมัน256 บาท แก่ผู้เสียหายจริงปัญหามีว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่พยานโจทก์ที่รู้เห็นเหตุการณ์ใกล้ชิดโดยตลอดคือนายทวี หนูขาวคนเติมน้ำมันให้จำเลยนายทวีเบิกความว่าจำเลยสั่งให้เติมน้ำมัน 300 บาทแต่เมื่อเติมไปได้เป็นเงิน 256 บาท ปรากฏว่าน้ำมันจะเต็มถังพยานจึงชะลอการไหลของน้ำมันลงขณะนั้นพยานยังถือหัวเติมน้ำมันอยู่ที่ปากท่อของถังน้ำมันจำเลยได้พูดว่าไม่มีเงินเดี๋ยวจะเอามาให้พยานจึงบอกว่าต้องไปบอกผู้เสียหายก่อนแต่จำเลยได้ขับรถออกไปทันทีขณะเติมน้ำมันจำเลยไม่ได้ดับเครื่องยนต์รถและฝาปิดถังน้ำมันไม่มีโดยใช้ผ้าอุดไว้แทนเห็นว่าพฤติการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้วางแผนการไว้เพื่อจะไม่ชำระเงินค่าน้ำมันเมื่อได้น้ำมันมาแล้วโดยจะรีบหนีไปอันเป็นอุบายอย่างหนึ่งในการที่จะทำให้ลักทรัพย์สำเร็จ ส่วนที่นายทวีเบิกความว่าระหว่างเติมน้ำมันเห็นจำเลยทำท่าค้นหาของในกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าเสื้อก็อาจเป็นอุบายประกอบที่จำเลยจะหลอกนายทวีว่าหาเงินไม่พบเพื่อจะยังไม่ต้องชำระค่าน้ำมันหากจำเลยประสงค์จะเข้าไปซื้อน้ำมันโดยสุจริตใจและทำเงินหายไปจริงจำเลยก็น่าจะได้พูดจากับผู้เสียหายให้รู้เรื่องเป็นหลักเป็นฐานแต่ตรงกันข้ามทั้ง ๆที่นายทวีบอกว่าต้องไปบอกผู้เสียหายก่อนจำเลยกลับขับรถออกไปโดยเร็วจนกระทั่งนายทวีตกตะลึง นายสมชายคนงานผู้เสียหายอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ใกล้ ๆ กันนั้นเบิกความว่านายทวีได้ร้องว่ารถเติมน้ำมันแล้วหนีเช่นนี้มิใช่ลักษณะอาการของผู้ที่สุจริตเมื่อจำเลยถูกจับแล้วผู้เสียหายไปดูที่รถจำเลยปรากฏว่าฝาปิดถังน้ำมันอยู่ในกระบะรถนั่นเองและจำเลยพูดขอร้องมิให้ผู้เสียหายเอาความผิดจะชดใช้ค่าเสียหายให้แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้เตรียมการไว้พร้อมแม้กระทั่งเปิดฝาถังน้ำมันไว้เพื่อจะให้หนีไปได้โดยเร็วเมื่อได้น้ำมันแล้วไม่ต้องพะวงเรื่องฝาถังน้ำมันที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าตนไม่มีเจตนาทุจริตนั้นมีเพียงคำจำเลยเพียงปากเดียวเบิกความลอย ๆ ไม่มีน้ำหนัก เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นดังวินิจฉัยมาแล้วเห็นว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตมาตั้งแต่ต้นที่จะลักเอาน้ำมันของผู้เสียหายการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น'. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด ระยอง โจทก์ นาย หมัด พุ่มพ วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ระยอง · จำเลย - นาย หมัด พุ่มพ วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 753/2481ฎีกา 3774/2532ฎีกา 1093/2507ฎีกา 3650/2527ฎีกา 5869/2549ฎีกา 1567/2535ฎีกา 8177/2543ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1311/2540ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 82/2501ฎีกา 337/2535ฎีกา 3121/2552ฎีกา 14258/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 1715/2534ฎีกา 7008/2541ฎีกา 5090/2565ฎีกา 3613/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ