⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 950/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างนำทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งยังอยู่ในความครอบครองของนายจ้างไปขาย ถือว่ามีความผิดฐานลักทรัพย์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของกรมชลประทาน ได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมเครื่องดันน้ำโดยกรมชลประทานส่งน้ำมันที่ใช้กับเครื่องดันน้ำให้ และมีเจ้าหน้าที่ไปควบคุมดูแลการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้น้ำมันทุกวัน น้ำมันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทาน เมื่อจำเลยทั้งสองเอาน้ำมันไปขายจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่4/2530) จำเลยร่วมกันลักน้ำมันไปขาย 3 ครั้งเป็นความผิด 3 กรรมศาลอุทธรณ์ลงโทษเพียงกระทงเดียว แม้โจทก์จะไม่ฎีกาและจำเลยที่ 1 คนเดียวฎีกาศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเฉพาะการปรับบทและกระทงลงโทษให้ถูกต้อง ตลอดไปถึงจำเลยที่ 2 ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเอาน้ำมันดีเซลที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในการระบายน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการของกรมชลประทานนายจ้างของจำเลยทั้งสองไปรวม ๓ ครั้ง จำนวน ๖๐๐ ลิตรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๘๓, ๙๑ ที่แก้ไขแล้ว คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๘๓ จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๘ เดือน คืนน้ำมันของกลางแก่กรมชลประทาน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ เอาน้ำมันไปขายรวม ๓ ครั้งจริง แล้ววินิจฉัยโดยมติของที่ประชุมใหญ่ว่า การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกจ้างของกรมชลประทานได้รับคำสั่งให้ไปควบคุมเครื่องดันน้ำโดยกรมชลประทานส่งน้ำมันใช้กับเครื่องดันน้ำดังกล่าวให้ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่ดูแลควบคุมการปฏิบัติงานและตรวจสอบการใช้น้ำมันของจำเลยทั้งสองทุกวันนั้น เห็นว่าน้ำมันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของกรมชลประทานผู้เสียหาย เมื่อจำเลยทั้งสองเอาน้ำมันนั้นไปขาย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยลักน้ำมันไปขาย ๓ ครั้งจึงเป็นความผิด ๓ กรรมตามฟ้อง ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปแม้โจทก์จะไม่ฎีกาในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาก็เห็นสมควรแก้ไขเฉพาะการปรับบทและกระทงลงโทษเสียให้ถูกต้อง โดยแก้ไขตลอดไปถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ รวม ๓ กระทง ให้ลงโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงและลดโทษแล้วคงจำคุกคนละ ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2530 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายเสนีย์ หรือโกฮัง ชูตระกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายเสนีย์ หรือโกฮัง ชูตระกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสัณธาน ขันทมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา