คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อทรัพย์สินที่รู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิด เป็นความผิดฐานรับของโจร
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และขายอะไหล่ รับซื้อหัวเทียนของกลางจำนวนมากในราคาที่ถูกกว่าราคาขายส่งในท้องตลาดจากคนแปลกหน้าโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานในการซื้อขาย แล้วนำไปซุกซ่อนในชั้นที่สองของร้าน พฤติการณ์ดังกล่าวเชื่อได้ว่าจำเลยรับซื้อหัวเทียนของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา357 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'จำเลยเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และขายอะไหล่ จำเลยต้องทราบถึงราคาที่แท้จริงของหัวเทียนของกลาง ได้ความจากนายภิรมณ์ ตันติพาณิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายขายหัวเทียนให้แก่ตัวแทนในราคาหัวละ 14 บาทเศษถึง 15 บาท ตามชนิดของหัวเทียน ดังนั้นราคาที่ตัวแทนขายส่งให้แก่ร้านค้าต้องสูงกว่าราคาดังกล่าวตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยรับซื้อในราคา 13 บาท จึงเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ผู้เสียหายขายให้แก่ตัวแทนเสียอีกยิ่งกว่านั้นที่ศาลอุทธรณ์คำนวณแล้วปรากฏว่า ความจริงจำเลยซื้อมาในราคาที่ต่ำกว่านั้นอีก คือในราคาประมาณหัวละ 9 บาทเท่านั้น ตรงตามราคาที่จำเลยให้การไว้ในชั้นสอบสวน ราคาที่จำเลยซื้อจริงจึงยิ่งต่ำกว่าราคาขายส่งในท้องตลาดมาก การที่จำเลยรับซื้อหัวเทียนของกลางจำนวนมากในราคาที่ถูกกว่าราคาขายส่งในท้องตลาดจนผิดสังเกตจากคนแปลกหน้าโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานในการซื้อขาย ซื้อแล้วเอาไปซุกซ่อนในชั้นที่สองของร้าน ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวมีเหตุให้ควรเชื่อได้ว่า จำเลยรับซื้อหัวเทียนของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ซึ่งก็ตรงตามคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลย จำเลยเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และขายอะไหล่ การที่จำเลยรับซื้อหัวเทียนของกลางดังกล่าวไว้ก็เพื่อค้ากำไร การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 โดยไม่ระบุวรรคไว้ด้วยนั้นไม่เป็นที่ชัดแจ้งตรงกับคำวินิจฉัย สมควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา357 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2531
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย พา นิช ปิยะพาณิชกุ ล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย พา นิช ปิยะพาณิชกุ ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา