⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1252/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ภาษีอากรที่ยังไม่ได้แจ้งการประเมินให้ลูกหนี้ทราบโดยชอบ ไม่ถือเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนตามกฎหมายล้มละลาย จึงไม่อาจนำมาฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลายได้.

ย่อคำพิพากษา

หนี้ภาษีอากรซึ่งโจทก์ประเมินแต่มิได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบโดยชอบ ทำให้จำเลยไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้นเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนตามมาตรา 9(3) ของ พ.ร.บ. ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เพราะอาจถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิกถอนโดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะนำหนี้ดังกล่าวมาฟ้องให้จำเลยล้มละลาย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'พิเคราะห์แล้วคดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าสมควรพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 14 บัญญัติไว้ว่า 'ในการพิจารณาคดีล้มละลายตามคำฟ้องของเจ้าหนี้นั้นศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 ฯลฯ ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริง ให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแต่ถ้าไม่ได้ความจริง ฯลฯ ให้ศาลยกฟ้อง' มาตรา 9 บัญญัติว่า'เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ ฯลฯ (3) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ฯลฯ'จึงมีปัญหาว่าพยานหลักฐานเท่าที่โจทก์นำสืบมาฟังได้หรือไม่ว่าหนี้ภาษีอากรที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรเมื่อได้รับแจ้งการประเมิน ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินของเจ้าพนักงานต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ หนี้ภาษีอากรตามที่มีการประเมินจึงไม่เป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนเพราะอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิกถอนโดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้ คดีนี้โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วที่นางจำนงพร สุนทรบุระเบิกความว่าเป็นผู้ประเมินและแจ้งการประเมินไปยังจำเลยแล้วก็ไม่ปรากฏว่านางจำนงพรได้แจ้งไปโดยวิธีใด หลักฐานที่แสดงว่าจำเลยรับแจ้งการประเมินโดยชอบแล้วก็ไม่ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ พยานโจทก์เกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเลื่อนลอย ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ดังนี้หนี้ภาษีอากรตามที่ประเมินจึงยังไม่เป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนที่โจทก์จะนำมาฟ้องจำเลยให้เป็นบุคคลล้มละลายดังที่มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 บัญญัติไว้ได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2531 กรมสรรพากร โจทก์ นาย แก้ว วรรณบุบผา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นาย แก้ว วรรณบุบผา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 3581/2538ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2653/2541ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 4339/2534ฎีกา 1058/2535ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 4046/2541ฎีกา 5013/2547ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 2384/2548ฎีกา 7248/2540ฎีกา 495/2504ฎีกา 1063/2533ฎีกา 1532/2537ฎีกา 6516/2548ฎีกา 780/2542ฎีกา 1343/2505ฎีกา 171/2520ฎีกา 478/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา