⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3380/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว การบังคับคดีตามสัญญานั้นต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา หากมีการผิดนัดและมีการส่งมอบทรัพย์สินคืนตามสัญญาแล้ว หนี้ที่เหลืออยู่จะยังไม่แน่นอนจนกว่าจะมีการพิสูจน์หรือตกลงกันอีกครั้ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงกันว่า จำเลยกับพวกร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 290,000 บาท โดยแบ่งชำระเป็นงวด หากผิดนัดงวดใดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยยอมส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์ในสภาพใช้การได้ ถ้าจำเลยชำระหนี้ครบถ้วนก็ให้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ดังกล่าวเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยผิดนัดและส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์แล้ว จึงไม่มีหนี้ที่จะบังคับคดีต่อไป โจทก์จะถือเอาจำนวนเงินในสัญญายอมจำนวน 240,000 บาท มาอ้างว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวยังไม่ได้ เพราะหากพิพาทกันในชั้นบังคับคดีต่อไปก็ยังไม่แน่นอนว่าจำเลยจะอ้างชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์อาจต้องยอมรับรถคืนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นว่า จำเลยกับพวกยอมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ ๒๔๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งชำระเป็นงวด หากผิดนัดงวดใด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที จำเลยผิดนัดไม่เคยชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์ให้ทนายความทวงถามสองครั้งเป็นระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน แต่จำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้ พฤติการณ์ของจำเลยต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย จำเลยให้การว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ยอมให้จำเลยกับพวกนำรถยนต์ไปอยู่ในความครอบครอง หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที โดยจำเลยยอมส่งมอบรถยนต์กับโจทก์ หากจำเลยชำระหนี้ครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตกเป็นของจำเลย หลังทำสัญญา จำเลยไม่ประสงค์จะซื้อรถยนต์จากโจทก์ จึงนำรถยนต์ส่งคืนแก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับ จำเลยจึงแถลงต่อศาลว่าได้นำรถยนต์ไปวางยังสำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ ภูมิภาคที่ ๗ เพื่อส่งมอบคืนแก่โจทก์ จำเลยจึงไม่มีหนี้สินใด ๆ ต้องรับผิดต่อโจทก์ หากจำเลยเป็นหนี้โจทก์ จำเลยสามารถชำระหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า หนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นจำนวนไม่แน่นอน แต่เป็นหนี้มีเงื่อนไข พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่าเมื่อจำเลยผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีโดยส่งมอบรถยนต์คืน ดังนั้นการบังคับคดีเมื่อจำเลยผิดนัด คือการส่งมอบรถยนต์ เมื่อจำเลยผิดนัดและส่งมอบรถยนต์แล้ว จึงไม่มีหนี้ที่จะบังคับคดีต่อไป แม้จะมีข้อพิพาทเรื่องรถยนต์ใช้การได้หรือไม่เพราะโจท์ยังไม่ยอมรับก็ยังไม่เป็นที่ยุติ โจทก์จะถือเอาจำนวนเงินในสัญญาจำนวน ๒๔๐,๐๐๐ บาท มาอ้างว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวยังไม่ได้ เพราะหากพิพาทกันในชั้นบังคับคดีต่อไปก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจำเลยจะต้องชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์อาจต้องยอมรับรถคืนตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่มีหนี้ที่โจทก์จะบังคับให้ชำระอีกต่อไป ดังนั้นหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน ตามนัยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙ (๓) โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องให้จำเลยล้มละลายไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2533 นายสุชาติ บัวแสงจันทร์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจปรีดา ปรีเปรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชาติ บัวแสงจันทร์ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจปรีดา ปรีเปรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายอร่าม เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 3581/2538ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2653/2541ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 4339/2534ฎีกา 1058/2535ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 4046/2541ฎีกา 5013/2547ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 2384/2548ฎีกา 7248/2540ฎีกา 495/2504ฎีกา 1063/2533ฎีกา 1532/2537ฎีกา 6516/2548ฎีกา 780/2542ฎีกา 1343/2505ฎีกา 171/2520ฎีกา 478/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา