⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1348/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยที่ให้ไว้ในชั้นสอบสวน หากจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา จะรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นยืนยันว่าจำเลยร่วมกระทำผิดกับช. ที่พยานโจทก์เบิกความว่า ช. บอกว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมวางแผนในการกระทำผิดด้วยนั้น เป็นเรื่องพยานโจทก์ได้รับคำบอกเล่าจาก ช. ผู้กระทำผิดร่วมกับจำเลยซัดทอดถึงจำเลย จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยไม่ได้ ลำพังเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่เบิกความประกอบคำรับสารภาพขั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณาจะยังลงโทษจำเลยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๖, ๘๖ ให้จำคุก ๒ ปี คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุนายสมชาติ ศริ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๐๓/๒๕๒๙ ของศาลชั้นต้นได้ว่างราวทรัพย์ตามฟ้องของนางบูเซียม แซ่โง้ว ไป มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยเป็นตัวการร่วมกับนายสมชาติกระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ด้วยหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีพยานโจทก์คนใดเบิกความรู้เห็นยืนยันว่า จำเลยได้ร่วมกระทำผิดกับนายสมชาติ เหตุที่จำเลยถูกดำเนินคดีเป็นเพราะนานสมชาติซัดทอดและชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ที่ร้อยตำรวจตรีสุรศักดิ์กับสิบตำรวจเอกวิชัยพยานโจทก์เบิกความว่า นายสมชาติบอกว่าจำเลยเป็นผู้ร่วมงานวางแผนวิ่งราวทรัพย์ด้วยนั้น เป็นเรื่องพยานโจทก์ได้รับคำบอกเล่าจากนายสมชาติผู้ที่กระทำผิดร่วมกับจำเลยซัดทอดถึงจำเลย จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อลงโทษจำเลยไม่ได้จึงคงมีแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้แม้ว่าโจทก์จะมีร้อยตำรวจตรีสุรศักดิ์พนักงานสอบสวนเบิกความประกอบคำรับสารภาพชั้นสอบสวนว่า จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน เมื่อคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์และพยานโจทก์อื่น ๆ ฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องลำพังเพียงคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีสุรศักดิ์ที่มาเบิกความประกอบเอกสารดังกล่าวซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาและอ้างไว้รับสารภาพเพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายนั้น จะรับฟังลงโทษจำเลยว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์หาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้สนับสนุนนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษา ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2531 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายชานุ เกตุแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายชานุ เกตุแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิเชียร ควรฤาชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา