⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1626/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขายยินยอมให้ผู้ซื้อนำทรัพย์สินไปก่อนแล้วจะชำระราคาภายหลัง เมื่อผู้ซื้อผิดนัดชำระราคา ถือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง แม้ผู้ขายจะกล่าวอ้างว่าผู้ซื้อมีเจตนาทุจริต ก็ไม่ทำให้การผิดสัญญาทางแพ่งกลายเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายตกลงขายข้าวเปลือกจำนวนมากแก่จำเลยโดยยินยอม ให้จำเลยนำข้าวเปลือกที่ตกลงซื้อขายกันนั้นไปก่อน แล้วมีข้อสัญญาว่าจำเลยจะชำระราคาให้ภายหลังตามวันที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการซื้อขายกัน เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระราคาให้ตามวันที่ให้สัญญาจึงเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ก็เป็นเรื่องที่บรรยายเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงไม่ทำให้คดีผิดสัญญาทางแพ่งกลับกลายเป็นคดีอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองโดยทุจริตได้ร่วมกันหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ผู้เสียหายรวม 6 คน ว่าจำเลยทั้งสองขอซื้อข้าวเปลือกจากผู้เสียหายทั้งหกไปก่อนแล้วจะนำเงินค่าข้าวเปลือกมาให้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2528อันเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจะนำเงินค่าข้าวเปลือกไปให้ผู้เสียหาย แต่มีเจตนาหลอกลวงเอาข้าวเปลือกไปจากผู้เสียหายเพื่อเอาไปขายให้ผู้อื่น แล้วนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตน และโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายทั้งหกหลงเชื่อมอบข้าวเปลือกให้แก่จำเลยทั้งสองไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83, 91 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายทั้งหก ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ตามฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องผู้เสียหายกับจำเลยทั้งสองตกลงซื้อขายข้าวเปลือกกัน จำเลยซื้อข้าวเปลือกไปจากผู้เสียหายแล้วไม่มีเงินค่าข้าวเปลือกมาชำระให้ตามที่ตกลงกันไว้ เป็นการผิดนัด ผิดสัญญาในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่าการที่ผู้เสียหายทั้งหกตกลงขายข้าวเปลือกจำนวนมากให้แก่จำเลยทั้งสองโดยยินยอมให้จำเลยทั้งสองนำข้าวเปลือกที่ตกลงซื้อขายกันนั้นไปก่อน แล้วมีข้อสัญญาว่าจำเลยทั้งสองจะชำระราคาให้ภายหลังตามวันที่กำหนดไว้ คือวันที่ 28มิถุนายน 2528 จึงเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายทั้งหกต่างเชื่อถือและไว้วางใจว่าจำเลยทั้งสองคงจะชำระราคาข้าวเปลือกที่ซื้อไปตามวันที่จำเลยทั้งสองให้สัญญาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการซื้อขายกัน เมื่อจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระราคาข้าวเปลือกให้ตามวันที่ให้สัญญา เช่นนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่งแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริตก็เป็นเรื่องที่โจทก์บรรยายเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 แต่เมื่อปรากฏว่ากรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่ง ถึงโจทก์จะบรรยายฟ้องอย่างไรก็ตามก็หาทำให้คดีผิดสัญญาทางแพ่ง กลับกลายเป็นคดีอาญาฐานฉ้อโกงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แต่ประการใดไม่ หากกรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงแล้ว ต่อไปหากมีการซื้อขายทรัพย์สินกันโดยผู้ซื้อรับทรัพย์สินนั้นไปก่อนแล้วตกลงจะชำระราคาภายหลัง เมื่อมีการผิดนัดไม่ชำระราคาตามกำหนดก็จะกลายเป็นความผิดอาญาฐานฉ้อโกงกันทุกเรื่อง สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความผิดทางอาญาแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องของโจทก์เสียนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2531 อัยการ ศาลแขวง นครสวรรค์ โจทก์ นาย โสม บุญขันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ศาลแขวง นครสวรรค์ · จำเลย - นาย โสม บุญขันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4/2508ฎีกา 6575/2551ฎีกา 6435/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1146/2526ฎีกา 2303/2518ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 3026/2517ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา