⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1768/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1768/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาใบจองระวางเรือผูกพันคู่สัญญาจนกว่าจะมีการออกใบตราส่ง และเงื่อนไขในใบตราส่งที่ยังไม่ได้ออกให้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาใบจองระวางเรือที่ใช้บังคับอยู่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาใบจองระวางเรือกับจำเลยเพื่อขนข้าวสารของโจทก์ไปต่างประเทศ โจทก์ขนข้าวสารบางส่วนขึ้นเรือแล้วต่อมาจำเลยสั่งระงับและสั่งให้ขนลงจากเรือทั้งหมด ในสัญญาใบจองระวางเรือมีข้อความว่าใบตราส่งซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่ใช้อยู่ตามปกติของผู้ขนส่งจะถูกนำมาใช้ ข้อกำหนดเงื่อนไขและข้อยกเว้นทั้งปวงของใบตราส่งจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลประโยชน์เฉพาะในระหว่างช่วงเวลานี้จนกว่าจะออกใบตราส่ง แสดงว่าสัญญาใบจองระวางเรือผูกพันโจทก์จำเลยจนกว่าจะมีการออกใบตราส่งดังนั้น เมื่อยังไม่มีการออกใบตราส่งให้โจทก์ผู้ส่งจึงอยู่ในระยะเวลาที่สัญญาใบจองระวางเรือใช้บังคับ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.609

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยขนข้าวจากท่าเรือกรุงเทพไปยังท่าเรือเมืองฟรีทาวน์ ประเทศเซียร์ราลีโอน โจทก์ขนถ่ายข้าวสารจากโกดังลงเรือแล้ว ต่อมาจำเลยแจ้งระงับการขนถ่ายและให้โจทก์ขนข้าวสารขึ้นจากเรือทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน ๔,๖๘๙,๓๖๗.๔๗ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยมีฐานะเป็นตัวแทนของผู้เช่าเรือหรือเจ้าของเรือเท่านั้น จำเลยไม่ต้องรับผิดด้วย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจองระวางเรือยังไม่ถึงขั้นมีการทำสัญญารับขน จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาทำให้โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการขนสินค้าถึงเรือ ค่าขนสินค้าลงเรือ และค่าจ้างกรรมกรแบกหามสินค้ากลับคืนโกดัง รวมเป็นเงิน ๗๑๘,๗๕๗.๔๘ บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๒ โจทก์ทำสัญญาขายข้าวสารจำนวน ๕,๐๐๐ เมตริกตันให้แก่ผู้ซื้อในประเทศอังกฤษโดยจะต้องส่งข้าวสารดังกล่าวจากท่าเรือกรุงเทพไปยังเมืองฟรีทาวน์ประเทสเซียร์ราลีโอน ทวีปแอฟริกา เดือนมิถุนายน ๒๕๒๒ โจทก์ทำสัญญาใบจองระวางเรือกับจำเลย เอกสารหมาย จ.๒ เพื่อขนข้าวสารของโจทก์ ระบุชื่อเรือที่จะบรรทุกข้าวสารของโจทก์ว่าเรือ "นครธน" หรือเรืออื่นที่จำเลยจัดหามาแทน กำหนดขนถ่ายข้าวสารระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ต่อมาวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ จำเลยแจ้งโจทก์ว่าให้โจทก์ขนข้าวสารบรรทุกเรือ "แปซิฟิค กลอรี่" ซึ่งเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพแล้ว โจทก์ขนข้าวสารขึ้นบรรทุกเรือลำดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ได้บางส่วนก็ต้องหยุดขนเพราะบริษัทผู้เช่าเรือพิพาทกับเจ้าของเรือ และต้องขนถ่ายข้าวสารจากเรือทั้งหมด ปัญหาข้อแรกมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่จำเลยฎีกาว่าสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ เป็นเพียงสัญญาใบจองระวางเรือซึ่งมีข้อความว่าจำเลยจะจัดการจองระวางเรือ "นครธน" หรือเรืออื่นที่จำเลยจัดมาแทนเพื่อบรรทุกข้าวสารของโจทก์ เมื่อจำเลยจัดการให้โจทก์ขนข้าวสารบรรทุกเรือ "แปซิฟิค กลอรี่" แล้ว ถือได้ว่าสัญญาขนส่งเริ่มขึ้นการผูกพันตามสัญญาใบจองระวางเรือตามเอกสารหมาย จ.๒ ย่อมสิ้นสุดลงจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ อีกต่อไป เห็นว่าสัญญาใบจองระวางเรือ เอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๖ มีข้อความว่าใบตราส่งซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่ใช้อยู่ตามปกติของผู้ขนส่งจะถูกนำมาใช้ ข้อกำหนดเงื่อนไขและข้อยกเว้นทั้งปวงของใบตราส่งจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลประโยชน์เฉพาะในระหว่างช่วงเวลานี้จนกว่าจะออกใบตราส่ง ใบตราส่งจะรับได้จากสำนักงานของผู้ขนส่ง แสดงว่าสัญญาใบจองระวางเรือเอกสารหมาย จ. ๒ ผูกพันโจทก์จำเลยจนกว่าจะมีการออกใบตราส่งข้าวสารของโจทก์ ซึ่งใบตราส่งนั้นผู้ขนส่งจะเป็นผู้ออกให้แก่โจทก์ผู้ส่ง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าการขนข้าวสารของโจทก์บรรทุกเรือ "แปซิฟิค กลอรี่" ถูกระงับ การบรรทุกยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีการออกใบตราส่งให้โจทก์ผู้ส่งจึงอยู่ในระยะเวลาที่สัญญาใบจองระวางเรือ เอกสารหมาย จ.๒ ใช้บังคับโจทก์จำเลยอยู่หาสิ้นสุดลงดังฎีกาของจำเลยไม่ ดังนั้นจำเลยจึงยังต้องรับผิดตามสัญญาใบจองระวางเรือเอกสารหมาย จ.๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1768/2531 บริษัทกิตติข้าวพืชผล (1968) จำกัด โจทก์ บริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทกิตติข้าวพืชผล (1968) จำกัด · ล. - บริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · สหัส สิงหวิริยะ · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1393/2520ฎีกา 975/2543ฎีกา 5034/2533ฎีกา 7287/2539ฎีกา 1036/2491ฎีกา 1217/2530ฎีกา 558/2509ฎีกา 696/2537ฎีกา 1431/2492ฎีกา 2571/2529ฎีกา 142/2492ฎีกา 3787/2543ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2923/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 933/2496ฎีกา 1087/2517ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1117/2527ฎีกา 3295/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา