⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1863/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1863/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้ที่มีอยู่และที่จะมีขึ้นในภายหน้าครอบคลุมถึงหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลัง แม้ว่าหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังจะมีการระบุหลักประกันอื่นเพิ่มเติมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำนองที่ดินเพื่อประกันหนี้เงินกู้ของโจทก์และ ก. ที่มีต่อจำเลยทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะมีขึ้นในภายหน้าทุกลักษณะ ต่อมาโจทก์กับพวกร่วมกันกู้เงินจำเลยไปอีก การจำนองดังกล่าวย่อมเป็นประกันหนี้ที่โจทก์กับพวกร่วมกันกู้ไปจากจำเลยด้วยการที่สัญญากู้นั้นมิได้ระบุให้เอาที่ดินตามสัญญาจำนองเป็นประกัน โดยระบุแต่ที่ดินอื่นเป็นประกัน ก็เป็นเพียงการเพิ่มเติมหลักประกันให้มั่นคงขึ้นเท่านั้น หาได้ลบล้างข้อสัญญาตามสัญญาจำนองไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.715

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนายกำจร หงษ์ขจร ได้ร่วมกันกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ โดยนำที่ดินรวม ๗๑ โฉนดจดทะเบียนจำนองเป็นประกันเงินกู้รวม ๔ ฉบับเป็นเงินรวม ๔๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยแล้วบางส่วน ต่อมาโจทก์ขอชำระหนี้ที่เหลือภายในกำหนด จำเลยไม่ยอมรับชำระหนี้และไม่ยอมไถ่ถอนจำนองอ้างว่าโจทก์ยังเป็นหนี้อีกหลายรายการไม่น้อยกว่าสามล้านบาท ขอให้บังคับจำเลยรับชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๔๖๕,๙๙๕ บาท และให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่รับจำนองไว้จากโจทก์ จำเลยให้การว่า นอกจากโจทก์กับนายกำจรได้กู้เงินจำเลยตามฟ้องแล้ว โจทก์ยังได้ร่วมกับนายกำจรและนายพิชัย กรสุธาทิพย์กุล กู้เงินไปจากจำเลยอีก ๑๑ ครั้ง รวมเป็นต้นเงิน ๓,๖๙๕,๒๕๐ บาทการจำนองที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องเป็นประกันเงินกู้ซึ่งโจทก์และนายกำจรมีอยู่กับจำเลยทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะมีขึ้นในภายหน้าทุกลักษณะ เป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ที่โจทก์ขอชำระหนี้ตามสัญญาเพียง ๔ ฉบับ จึงยังจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นแห่งคดีมีตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ว่า โจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินตามฟ้องเป็นประกันหนี้เงินกู้จำนวนที่โจทก์ยื่นฟ้อง หรือตามจำนวนที่จำเลยให้การต่อสู้ ได้ความจากทางนำสืบของทั้งสองฝ่ายว่าสัญญาจำนองดังกล่าวคือเอกสารหมาย จ.๓ ทำกันไว้เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๐ โจทก์จำนองในวงเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ก่อนที่โจทก์กับพวกจะกู้เงินตามฟ้อง ๔ ครั้งคือเอกสารหมาย จ.๔ ถึง จ.๗ และก่อนที่โจทก์กับพวกจะกู้เงินตามคำให้การจำเลย ๑๑ ครั้ง คือเอกสารหมาย ล.๑ถึง ล.๑๑ และหนี้ทั้งสิบเอ็ดครั้งหลังนี้ยังไม่มีการชำระกันแต่อย่างใด ฉะนั้นเมื่อปรากฏตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๓ ว่าจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ของโจทก์และนายกำจรที่มีต่อจำเลยทั้งที่มีอยู่แล้วและที่จะมีขึ้นในภายหน้าทุกลักษณะย่อมหมายความว่าสัญญาจำนองต้องประกันหนี้ทั้งหลายที่โจทก์ไปทำขึ้นเองหรือทำร่วมกับพวกต่อจำเลยนั้นด้วย นั่นคือประกันหนี้เงินกู้ตามจำนวนที่จำเลยให้การต่อสู้ด้วยนั่นเอง การที่สัญญากู้นั้นๆ มิได้ระบุให้เอาที่ดินตามเอกสารหมาย จ.๓ เป็นประกันก็ดี ระบุแต่ที่ดินอื่นเป็นประกันก็ดี ก็เป็นเพียงการเพิ่มเติมหลักประกันให้มั่นคงขึ้นเท่านั้น หาได้ลบล้างข้อสัญญาตามเอกสารหมาย จ.๓ ไม่ แม้โจทก์จะชำระหนี้บางส่วนตามฟ้อง ก็ยังไม่ทำให้โจทก์หลุดพ้นจากหนี้จำนองโจทก์จึงไม่มีสิทธิจะขอให้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินรายนี้ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1863/2531 นายพิน รุ่งสุวรรณ์ โจทก์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิน รุ่งสุวรรณ์ · จำเลย - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เงินทุนสากล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1536/2500ฎีกา 8396/2538ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 7569/2549ฎีกา 295/2508ฎีกา 7913/2551ฎีกา 1632/2535ฎีกา 230/2501ฎีกา 1930/2526ฎีกา 5423/2553ฎีกา 715/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 401/2531ฎีกา 1302/2531ฎีกา 2791/2546ฎีกา 4817/2533ฎีกา 3124/2565ฎีกา 1074/2511ฎีกา 1178/2518ฎีกา 3544/2525ฎีกา 3407/2553ฎีกา 863/2481ฎีกา 1134/2494ฎีกา 1132/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา