⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2360/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องในคราวเดียวกันและมีเจตนาเข้าไปเพื่อจะกระทำร้ายผู้เสียหาย ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายแล้วใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายทันทีเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องในคราวเดียวกันและจำเลยมีเจตนาเข้าไปเพื่อจะกระทำร้ายผู้เสียหาย ดังนี้จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 295, 364,365 (1) (3) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90, 295, 364, 365 (1) (3) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักให้วางโทษ จำคุก 6 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือนและปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายฐานหนึ่ง และกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอีกฐานหนึ่ง เพื่อแสดงว่าจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน และจำเลยได้ให้การรับสารภาพก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาตามฟ้องฟังได้ว่า เมื่อจำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายแล้วก็ใช้กำลังกระทำร้ายผู้เสียหายทันที จึงแสดงให้เห็นว่า เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องในคราวเดียวกัน และเห็นเจตนาของจำเลยได้ว่า จำเลยมีเจตนาเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายเพื่อประสงค์ต่อผลโดยตรงในการที่จะกระทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย สม โชค เจนสัจวรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย สม โชค เจนสัจวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · สุชาติ จิวะชาติ · เสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532ฎีกา 1020/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา