⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2590/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดจะริบได้ต่อเมื่อยานพาหนะนั้นถูกใช้ในการกระทำความผิดนั้นโดยตรง ไม่ใช่เพียงใช้ในการหลบหนีหลังการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ยานพาหนะใดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดซึ่งศาลจะพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) หรือไม่ ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์ของการกระทำความผิดเป็นเรื่อง ๆ ไป จำเลยนำรถยนต์กระบะสองแถวของกลางมาเพื่อใช้เป็นพาหนะบรรทุกน้ำมันที่ลักมาหลบหนีไปเท่านั้น จำเลยมิได้ใช้รถยนต์กระบะสองแถวในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องแต่อย่างใด รถยนต์กระบะสองแถวของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินอันพึงริบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335และมาตรา 336 ทวิ ประกอบด้วย มาตรา 83 ลดโทษและลดมาตราส่วนโทษแล้วจำคุกจำเลยที่ 1, ที่ 2 คนละ 2 ปี จำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี คืนรถยนต์กระบะและฝาปิดถังน้ำมันของกลางให้เจ้าของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า รถยนต์กระบะสองแถวหมายเลขทะเบียนน-5683 สุราษฎร์ธานี และฝาปิดถังน้ำมันของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันลักน้ำมันโซลา จำนวน 75ลิตร จากรถแทรกเตอร์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะกระทำผิดจำเลยได้จอดรถยนต์ของกลางไว้ใกล้ ๆ รถแทรกเตอร์ พอจำเลยที่ 2หิ้วถังน้ำมันซึ่งมีน้ำมันโซลาบรรจุอยู่ 1 ถัง และจำเลยที่ 3หิ้วถังน้ำมันที่มีน้ำมันบรรจุอยู่ 1 ถัง และถังเปล่าอีก 1 ถังกำลังเดินไปที่รถยนต์กระบะสองแถวดังกล่าวพร้อมกับจำเลยที่ 1ก็มีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าทำการจับกุมได้พร้อมด้วยของกลางในคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาว่ายานพาหนะใดเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลจะพึงสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)หรือไม่ ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์ของการกระทำความผิดเป็นเรื่อง ๆ ไปคดีนี้จำเลยนำรถยนต์กระบะสองแถวของกลางมาเพื่อใช้เป็นพาหนะบรรทุกน้ำมันที่ลักมาหลบหนีไปเท่านั้น จำเลยทั้งสามมิได้ใช้รถยนต์กระบะสองแถวในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องแต่อย่างใด รถยนต์กระบะสองแถวของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33(1) ส่วนฝาน้ำมัน 1 ฝานั้น ปรากฏว่าเป็นฝาปิดถังน้ำมันของรถยนต์ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้อีกเช่นกัน ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2531 อัยการ สุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย ไว แก้ว ยิ้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย ไว แก้ว ยิ้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · จำนง นิยมวิภาต · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1554/2521ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 490/2542ฎีกา 3067/2530ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา