⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2758/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2758/2531

ป.พ.พ. ม.192, 224 · พ.ร.บ.ศุลกากร ม.10 · ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งพิกัดอัตราศุลกากรและอัตราอากรที่ต้องเสีย ถือเป็นการยินยอมเสียภาษีอากรเกินกว่าที่ควรเสียเพราะเหตุแห่งชนิดและอัตราอากร มิใช่การประเมินภาษีอากรของเจ้าหน้าที่ จึงต้องฟ้องคดีภายในสองปีนับแต่วันนำของเข้า มิฉะนั้นคดีจะขาดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำน้ำมันปาล์มแข็งบริสุทธิ์เข้ามา โดยระบุพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 15.13 อัตราอากรร้อยละ 60 ในใบขนสินค้าขาเข้า พร้อมกับบันทึกโต้แย้งว่า สินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 15.12 ค อ้างว่าจำเป็นต้องยอมเสียภาษีอากรตามพิกัดดังกล่าว มิฉะนั้นจะไม่สามารถนำสินค้าออกมาได้เช่นนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ยินยอมเสียภาษีอากรเกินจำนวนไปกว่าที่โจทก์เห็นว่าต้องเสียจริง เพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิดและอัตราอากรสำหรับสินค้าพิพาทนั่นเอง มิใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมินภาษีอากรของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น โจทก์จึงต้องฟ้องคดีภายในสองปีนับแต่วันที่นำของเข้า มิฉะนั้นคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 10 วรรคห้าแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.10

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.192 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีอากรที่เรียกเก็บจากโจทก์ไม่ถูกต้อง จำเลยให้การว่าเรียกค่าภาษีอากรที่โจทก์นำเข้าสินค้าพิพาทถูกต้องแล้ว และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีอากรพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นเรื่องฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เสียก่อน ในประเด็นนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์นำสินค้าพิพาทเข้ามาในราชอาณาจักรรวม 5 ครั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 วันที่ 5 เมษายน 2524 วันที่ 1 พฤษภาคม2524 วันที่ 16 ตุลาคม 2524 และวันที่ 11 มกราคม 2527 ปรากฏตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า เอกสารหมาย ล.3ถึง ล. 7 ตามลำดับ ซึ่งโจทก์ระบุพิกัดสินค้าพิพาทไว้ในเอกสารดังกล่าวเป็นประเภทที่ 15.13 แต่โจทก์ได้บันทึกโต้แย้งว่าสินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ 15.12 ค และขอสงวนสิทธิขอคืนภาษีอากรที่ได้ชำระไว้เกิน โจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเป็นต้องยอมเสียภาษีอากรตามพิกัดดังกล่าวและยังได้วางเงินประกันไว้อีกตามที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนด มิฉะนั้นโจทก์จะไม่สามารถนำสินค้าพิพาทออกมาได้ ต่อมาโจทก์ได้ติดต่อกับจำเลยอีกหลายครั้งขอให้วินิจฉัยพิกัดสินค้าพิพาทตามที่โจทก์ได้โต้แย้งไว้ แต่จำเลยคงยืนยันว่าสินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ 15.13 ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องที่โจทก์ยินยอมเสียภาษีอากรเกินจำนวนไปกว่าที่โจทก์เห็นว่าต้องเสียจริง เพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิด และอัตราอากรสำหรับสินค้าพิพาทนั่นเอง มิใช่เรื่องเกี่ยวกับการประเมินภาษีอากรของเจ้าหน้าที่ของจำเลยแต่อย่างใด พระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 10 วรรคห้า มีความหมายว่าสิทธิในการเรียกร้องหรือในการฟ้องคดีเพื่อเรียกคืนเงินอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียนั้น จะต้องฟ้องเสียภายในสองปีนับแต่วันที่นำของเข้า และถ้าเป็นการเรียกร้องหรือฟ้องคดีเพื่อขอคืนอากรเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก หรือมาตราแห่งของใด ๆ หรือเกี่ยวกับอัตราอากรหรือของใด ๆ นอกจากจะต้องเรียกร้องหรือฟ้องคดีภายในสองปีแล้ว กฎหมายยังบัญญัติไว้อีกว่าจะต้องแจ้งความไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนการส่งมอบว่าจะยื่นคำร้องด้วยกรณีของโจทก์ต้องตามบทบัญญัติมาตรา 10 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ดังกล่าว โจทก์จึงต้องฟ้องคดีภายในสองปีนับแต่วันที่นำของเข้า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2530เป็นเวลาเกินกว่าสองปีนับแต่วันที่นำสินค้าพิพาทเข้าทุกรายการดังนั้น แม้โจทก์จะได้แจ้งความไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนส่งมอบว่าจะยื่นคำเรียกร้องขอคืนอากร คดีของโจทก์ก็ขาดอายุความที่กล่าวแล้วข้างต้นคำพิพากษาฎีกาที่ 2350/2520 และที่ 47/2521 ซึ่งโจทก์อ้างมาในคำแก้อุทธรณ์นั้น เป็นเรื่องภาษีสรรพากร มิใช่ภาษีศุลกากรซึ่งมีบทบัญญัติในเรื่องอายุความการใช้สิทธิเรียกร้องเงินค่าอากรคืนไว้โดยเฉพาะ เมื่อคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีกที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2758/2531 บริษัท ชนาธิ ผล จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ชนาธิ ผล จำกัด · จำเลย - กรมศุลกากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 1959/2529ฎีกา 377/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 462/2507ฎีกา 5526/2533ฎีกา 3148/2535ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา