คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3046/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้ใช้เงินได้ตามเช็คนั้น เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 3(1) โดยโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว แม้จะเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ถือเป็นพยานหลักฐานที่แสดงถึงเจตนาของผู้กระทำความผิดได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3(1) หมายความว่า ขณะที่เขียนเช็คผู้ออกเช็คมีเจตนาที่จะไม่ให้ขึ้นเงินได้ตามเช็คตั้งแต่แรก ความผิดตามอนุมาตรานี้โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงเงินในบัญชีของจำเลยในวันที่เช็คถึงกำหนด แต่จำเลยมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่าออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แม้จะเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ยังมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย ข้อที่ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพียงประการเดียว ไม่ได้แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าได้ออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในชั้นฎีกาว่าความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 แต่ละอนุมาตราเป็นความผิดแยกจากกันหรือไม่ เห็นว่าตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 3 อนุมาตรา 1 ถึงอนุมาตรา 5แต่ละอนุมาตราเป็นความผิดแยกจากกันได้ แล้วแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏส่วนปัญหาว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลตามอนุมาตรา 2 และอนุมาตรา 3 แล้วจะมีมูลตามอนุมาตรา 1 หรือไม่ อนุมาตรา 1 บัญญัติว่า "ผู้ใดออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค" ซึ่งมีความหมายว่าขณะที่เขียนเช็คผู้ออกเช็คมีเจตนาที่จะไม่ให้ขึ้นเงินได้ตามเช็คตั้งแต่แรก ความผิดตามอนุมาตรานี้ โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงเงินในบัญชีของจำเลยในวันที่เช็คถึงกำหนด แต่จำเลยมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่าออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แม้จะเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ยังมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย มิฉะนั้นคดีเกี่ยวกับเช็คจะมีมูลตามอนุมาตรานี้ทุกเรื่อง ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องคดีนี้โจทก์มิได้นำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าว แม้จะได้ความว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค แต่ข้อที่ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพียงประการเดียวก็ไม่ได้แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าได้ออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค คดีจึงไม่มีมูลความผิดตามมาตรา 3(1) ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ยกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3046/2531
นาง สุนันทา ยิ้มย่อง โจทก์
นาย ชัยรัตน์ ปฏิภา ณ เท วา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง สุนันทา ยิ้มย่อง · จำเลย - นาย ชัยรัตน์ ปฏิภา ณ เท วา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา