⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3246/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้อุทธรณ์ขึ้นมา ถือว่าเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วสืบพยานโจทก์และพิพากษาให้โจทก์ได้รับชำระหนี้เต็มตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วให้พิจารณาคดีใหม่เท่านั้น ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงจำนวนหนี้แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดน้อยลง โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ค่าสินค้าที่ซื้อไปจากโจทก์จำนวน 168,061 บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยชำระหนี้บางส่วนแล้ว คงค้างชำระเพียง 23,717 บาท ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน ถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและทนายไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามคำสั่งเดิม และต่อมาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 95,717 บาทโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ตามฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองได้แยกอุทธรณ์มา 3 กรณีแต่พอสรุปใจความได้ว่า จำเลยคัดค้านว่าโจทก์ไม่ยอมส่งเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายให้จำเลยเพื่อจะได้ทราบความจริงว่ายอดหนี้ที่จำเลยค้างชำระมีจำนวนเท่าใด การที่ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา โดยไม่มีการไต่สวนก่อนนั้นไม่ชอบทำให้จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดีทั้งที่จำเลยก็ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลชั้นต้นเสียโดยให้จำเลยได้พิจารณาคดีนี้ใหม่ จึงเห็นได้ว่า ฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ได้กล่าวไว้แจ้งชัดทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงเพื่อคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่อย่างใดจุดประสงค์ของจำเลยก็เพื่อต้องการที่จะให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่เท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาก้าวล่วงไปถึงจำนวนหนี้ซึ่งข้อเท็จจริงฟังยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2531 นาย ชัยประเสริฐ แสงทวีวรร ณ โจทก์ บริษัท กรีนสโ ตน จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ชัยประเสริฐ แสงทวีวรร ณ · จำเลย - บริษัท กรีนสโ ตน จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3604/2533ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558ฎีกา 100/2540ฎีกา 312/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 801/2515ฎีกา 1928/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา