คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งยังเป็นผู้เยาว์และเบาปัญญาไปเพื่อการอนาจาร ถือเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง ไม่สมควรแก่การรอการลงโทษ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอายุ 22 ปี จบการศึกษาชั้น ม.ศ. 3 มีภรรยาและมีบุตรด้วยกัน 1 คน จำเลยรับจ้างซ่อมตู้เย็น จำเลยรู้สึกผิดชอบดีแล้วการที่ผู้เสียหายขอให้จำเลยช่วยพาไปอยู่ที่อื่นเพราะทะเลาะวิวาทกับบิดา จำเลยน่าจะแนะนำตักเตือนผู้เสียหายในทางที่ดีจำเลยกลับช่วยพาผู้เสียหายหนีบิดามารดาไปค้างคืนที่อื่น และร่วมประเวณีกับผู้เสียหายเช่นนี้ จำเลยมีเจตนาเข้าถือโอกาสจากผู้เสียหายซึ่งยังมีอายุน้อยเบาปัญญาและยังไม่รู้สึกผิดและชอบชั่วดี พาไปเพื่อการอนาจาร นับว่าการกระทำผิดของจำเลยร้ายแรงไม่สมควรที่จะรอการลงโทษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 จำคุก 3 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 2 ปี เมื่อพิเคราะห์รูปคดีเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ความว่า จำเลยมีอายุ 22 ปี จบการศึกษาชั้น ม.ศ.3 มีภรรยาแล้ว ชื่อนางนิสา ภิระวัฒน์ และมีบุตรด้วยกัน 1 คน จำเลยประกอบอาชีพรับจ้างซ่อมตู้เย็น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีความรู้สึกผิดชอบดีแล้ว การที่ผู้เสียหายขอให้จำเลยช่วยพาไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะวิวาทกับบิดาจำเลยก็น่าจะแนะนำตักเตือนผู้เสียหายไปในทางที่ดีกลับช่วยพาผู้เสียหายหนีไปจากบิดามารดาไปค้างคืนที่อื่น และร่วมประเวณีกับผู้เสียหาย เช่นนี้ จำเลยมีเจตนาเข้าถือโอกาสจากผู้เสียหายซึ่งยังมีอายุน้อยเบาปัญญาและยังไม่รู้สึกผิดและชอบชั่วดีอย่างเช่นจำเลย พาผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร นับว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นการร้ายแรง ไม่สมควรที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย แต่การที่จำเลยเบิกความต่อศาลรับว่าได้พาผู้เสียหายไปจริงตามคำร้องขอของผู้เสียหาย และร่วมประเวณีกับผู้เสียหายจริง โดยความสมัครใจของผู้เสียหาย นับว่าจำเลยให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษสมควรที่จะลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 โดยมิได้ระบุวรรคนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรและระบุเสียด้วย"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษและลดโทษให้จำเลยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แต่ไม่รอการลงโทษ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2531
พนักงานอัยการ จังหวัด เพชรบุรี โจทก์
นาย ชัชชัย ภิระวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เพชรบุรี · จำเลย - นาย ชัชชัย ภิระวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · เสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ