⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4155/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้วัตถุใดๆ ที่โดยสภาพไม่ใช่อาวุธ แต่เมื่อนำไปใช้ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัส ถือเป็นอาวุธตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้มีดแบบปอกผลไม้ที่จำเลยพาติดตัวไปในโรงภาพยนต์ไม่ใช่อาวุธโดยสภาพ แต่เมื่อจำเลยได้ใช้มีดนั้นแทงผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 จำเลยมีความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวและเป็นความผิดอีกรรมหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธมีดแบบปอกผลไม้ ๑ เล่ม ยาว ๑ คืบ ติดตัวไปในโรงภาพยนตร์อันเป็นที่ชุมนุมชน โรงมหรสพจัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงโดยไม่มีเหตุสมควรและใช้อาวุธมีดนั้นแทงนายประจวบ ชอบใจ ผู้เสียหายที่บริเวณหน้าอกได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๕๘, ๙๑,๒๙๗, ๓๗๑ ริบอาวุธมีดของกลางและบวกโทษของจำเลยที่รอไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ ๔๙๓๖/๒๕๓๐ ของศาลแขวงพระนครเหนือเข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าถูกลงโทษและรอการลงโทษจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๕๘, ๙๑, ๓๙๗, ๓๗๑ ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ อันเป็นบทหนัก จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน บวกโทษจำคุก ๑๕ วันที่รอการลงโทษไว้ รวมจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน ๑๕ วัน ริบอาวุธมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะข้อหาฐานพาอาวุธ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้พาอาวุธมีดแบบปอกผลไม้ ๑ เล่ม ยาวประมาณ ๑ คืบ ติดตัวไปในโรงภาพยนตร์จักรวาลอันเป็นที่ชุมนุมชน โรงมหรสพจัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงโดยไม่มีเหตุสมควรและจำเลยได้ใช้อาวุธมีดนั้นแทงทำร้ายร่างกายนายประจวบ ชอบใจ ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำการดังฟ้อง ดังนี้แม้มีดแบบปอกผลไม้ที่จำเลยพาไปจะมิใช่อาวุธโดยสภาพก็ตามแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๕) ให้คำจำกัดความคำว่า "อาวุธ" ว่า "หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพแต่ซึ่งได้ใข้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ" เมื่อจำเลยได้ใช้มีดแบบปอกผลไม้ตามฟ้องแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส มีดแบบปอกผลไม้ที่จำเลยพาไปจึงเป็นอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จำเลยจึงมีความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว และการที่จำเลยพาอาวุธมีดไปนั้นเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส จึงต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ให้ปรับ ๑๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๕๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุขนิรันด์หรือสุขนิรันดร์ พึ่งตำบล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุขนิรันด์หรือสุขนิรันดร์ พึ่งตำบล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายกิจชัย จิตธารารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา