⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4328/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4328/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่ามีการถอนคำร้องทุกข์แล้วหรือไม่ หรือการวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาว่า ตัวแทนของโจทก์ได้ไปถอนคำร้องทุกข์เท่ากับสละสิทธิที่จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ถือว่าไม่มีการร้องทุกข์ และโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่า 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีจึงขาดอายุความนั้นเป็นฎีกาในปัญหาที่ว่าโจทก์ถอนคำร้องทุกข์แล้วหรือไม่ หรือถอนเมื่อใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายซึ่งต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว และที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้รับโอนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มา จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้ ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอันต้องห้ามฎีกาด้วยเช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 27, 44 จำคุก 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาขึ้นมาสองประการ ประการแรกฎีกาว่า ได้ความจากร้อยตำรวจโทมะลิด รามวงศ์พนักงานสอบสวนว่า ระหว่างสอบสวน นายทวีศักดิ์ตัวแทนของโจทก์ได้ไปถอนคำร้องทุกข์เนื่องจากประสงค์จะฟ้องคดีเอง จึงเท่ากับสละสิทธิที่จะให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไป ถือว่าไม่มีการร้องทุกข์ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่า 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีจึงขาดอายุความ เห็นว่าปัญหาว่าโจทก์ถอนคำร้องทุกข์แล้วหรือไม่ หรือถอนเมื่อใด เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ต้องห้าม สำหรับฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งที่ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานการโอนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ระหว่างบริษัทหล่อเหวยจำกัด กับบริษัทอัลฟาฟิล์ม จำกัด มาแสดง เมื่อโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบริษัทหล่อเหวย จำกัด ได้โอนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ที่พิพาทให้บริษัทอัลฟาฟิล์ม จำกัด แล้ว การโอนลิขสิทธิ์ภาพยนตร์พิพาทระหว่างบริษัทอัลฟาฟิล์ม จำกัด กับบริษัทโกลเด้นทาวน์ฟิล์ม จำกัด และระหว่างบริษัทโกลเด้นทาวน์ฟิล์มจำกัด กับโจทก์จึงเป็นการโอนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้นั้น ก็เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับโอนลิขสิทธิ์มาจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกเช่นเดียวกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองประการจึงเป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4328/2531 บริษัท วี.อาร์.ซี . จำกัด โจทก์ นาง พรรณนภา จิรัฐวรกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท วี.อาร์.ซี . จำกัด · จำเลย - นาง พรรณนภา จิรัฐวรกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา