⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4365/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4365/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์ไปฝากไว้ในที่รับฝากรถโดยเปิดเผยและไม่มีสิ่งใดผิดบังจนเจ้าของพบเห็นได้โดยง่าย แสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่น่าจะรู้ว่ารถจักรยานยนต์นั้นได้มาโดยการลักทรัพย์ จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปฝากไว้ในที่รับฝากรถโดยเปิดเผยไม่มีสิ่งใดผิดบังทั้งมิได้เปลี่ยนแปลงสีเดิมของรถทำให้เจ้าของพบเห็นได้โดยง่ายพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยน่าจะไม่รู้ว่าจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการลักทรัพย์ ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่านายบรรจงยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้เสียหาย โดยบอกว่าจะนำมาส่งคืนภายใน 20 นาที แล้วไม่ส่งคืนตามที่ตกลงกันไว้ต่อมาเวลาประมาณ 20 นาฬิกาของวันเกิดเหตุผู้เสียหายติดตามไปพบรถจักรยานยนต์ของกลางจอดอยู่ในที่รับฝากรถหน้าโรงเรียนบริหารธุรกิจพิษณุโลกซึ่งกำลังมีงานลอยกระทงโดยจำเลยเป็นผู้นำไปฝากไว้ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นพฤติการณ์ที่จำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ ปรากฏตามคำเบิกความของผู้เสียหายและภรรยาแต่เพียงว่า ผู้เสียหายพบรถจักรยานยนต์ของกลางในบริเวณที่รับฝากรถหน้าโรงเรียนบริหารธุรกิจพิษณุโลกเมื่อเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ของวันที่เกิดเหตุนั่นเอง ผู้เสียหายมองดูแต่ไกลก็เห็นรถจักรยานยนต์ของกลางเพราะไม่มีสิ่งใดปิดบังและสีรถยังคงเหมือนเดิม เห็นว่า การที่จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางไปในงานลอยกระทงซึ่งเป็นที่ชุมนุมชน และนำไปฝากไว้ในที่รับฝากรถอย่างเปิดเผยโดยไม่มีสิ่งใดปิดบัง และมิได้เปลี่ยนแปลงสีเดิมของรถทำให้ผู้เสียหายพบเห็นรถของตนได้โดยง่ายเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยน่าจะไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการลักทรัพย์แม้จะได้ความจากผู้เสียหายและภรรยาว่าจำเลยรับว่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางมาในราคาเพียง 1,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาจริงมาก แต่จำเลยก็นำสืบว่า ในวันเกิดเหตุให้นายบรรจงยืมเงินไป 1,000 บาทแล้วนายบรรจงมอบรถจักรยานยนต์ของกลางให้ไว้และบอกว่าจะนำเงินมาชำระในวันรุ่งขึ้นโดยจ่าสิบเอกยงยุทธ เสงี่ยมพงษ์ และพันตรีองอาจรัตน์วิชัย มาเบิกความสนับสนุนข้ออ้างดังกล่าว จึงอาจเป็นไปได้ว่าพยานโจทก์ทั้งสองรับฟังคำบอกเล่าของจำเลยดังกล่าวแล้วเข้าใจผิดว่าจำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ ซึ่งความจริงจำเลยอาจจะเล่าให้ฟังว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้เป็นประกันเงินกู้ดังที่จำเลยนำสืบก็ได้ ที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมนั้นก็ปรากฏว่าในบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 ไม่มีข้อความโดยชัดแจ้งว่าจำเลยรับสารภาพในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ทั้งไม่ปรากฏรายละเอียดว่าจำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางมาอย่างไร ดังนั้นจะฟังว่าจำเลยรู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ยังไม่ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4365/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก โจทก์ สิบเอก ไพฑูรย์ บุญ กอ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก · จำเลย - สิบเอก ไพฑูรย์ บุญ กอ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ